Boon

๑.
 
แม้ภาพท่ี่ปรากฏเบื้องหน้า ให้ความรู้สึกร้อนระอุเพียงไร แต่อาแปะเตี๋ยว กลับรู้สึกเย็นไปถึงไขกระดูกสันหลัง มืออาแปะกำแน่นชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
 
บุรุษสูงใหญ่ท่าทางสง่างามเปลี่ยนจากอิริยาบถพิงเก้าอี้สบาย ๆ กลางโถงใหญ่ มาทำท่าสนใจผู้มาเยือนรายใหม่  
 
"เธอเคยทำความดีกระไรมาบ้าง?" เอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ๆ ทว่ามีอำนาจ
แม้จะเป็นประโยคคลาสสิกที่ต้องถามซ้ำซาก แต่ดูเหมือนผู้เป็นใหญ่ในห้องนี้ ไม่เคยเบื่อจะถามเลย
 
อาแปะเตี๋ยวก้มหน้านิ่งไม่ปริปาก หูอื้อปากสั่น ในหัวตื้อไปหมดคิดอะไรไม่ออก มองซ้ายมองขวา ก็เห็นแต่คนหน้าซีดคอตกไม่ต่างจากตน
 
"ว่าไงท่านเตี๋ยว... ท่านเคยเคารพผู้ใหญ่ไหม?... ท่านเคยให้ทานไหม?... ท่าน...??? " บุรุษร่างสูงใหญ่ถามไปเรื่อย ๆ ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา ดังที่เคยปฏิบัติเป็นประจำ
 
อันที่จริง อาแปะเตี๋ยวก็เคยทำความดีมาบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ ไหว้พ่อไหว้แม่ แต่นาทีนี้ความรู้สึกผิดมันกลบเสียงคำถามเหล่านั้นทั้งหมด คิดวนเวียนถีึงแต่กรรมชั่วที่ตนทำเป็นประจำนั่นคือ "แทงคอหมู"
 
นั่งนึกเสียใจ ทามมายอั๊วะคิกม่ายล่ายก่องหน้านี้นะ ทามมายไค ๆ พูก อั๊วะก็ม่ายเชื่อ อั๊วะน่าจะ... น่าจะ... น่าจะ...
 
"ว่าไงท่านเตี๋ยว... " เสียงเปี่ยมอำนาจกระชากอาแปะเตี๋ยวออกจากห้วงความคิด
"ตกลงท่านนึกความดีอะไรไม่ออกเลยใช่ไหม? งั้นเราคงต้องทำไปตามหน้าที่นะ บัญชีบาปของท่านมันยาวเป็นหางว่าวทีเดียว"
 
"อ่า...อาเฮีย...อาเฮีย... อั๊วะเสียจาย" เสียงอาแปะเตี๋๋ยวเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
 
"หา... ว่าไงนะ... ท่านนึกความดีกระไรออกหรือ?" เสียงผู้เป็นใหญ่กระตือรือร้น แฝงด้วยความเอื้ออารี
 
"คือ... อั๊วะเสียจายกะสิ่งที่อั๊วะทามโลงปาย อั๊วะจะม่ายทามมานอีก" สำเนียงไทยปนจีนของอาแปะสั่นเครือด้วยความหวาดการลงโทษอันน่าสพรึงกลัว
 
"อืม... แล้วเวลาใคร ๆ บอก ทำไมไม่เชื่อเล่า นี่แถมยังด่าทอเขาอีก เขาอุตส่าห์หวังดี" ผู้เป็นใหญ่ทำหน้าเหนื่อยหน่าย เป็นอีกครั้งที่งานช่วยเหลือคนเยี่ยงโพธิสัตว์ไม่ให้ตกนรกของท่านพระยายมราชทำท่าจะล้มเหลว
 
"ไหนเอาบัญชีมาดู... โอ้โห... จัดมาเยอะนี่เรา ฆ่าสัตว์เป็นวัตร ด่าทอภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ...ฯลฯ...  ที่ว่ามานี่จริงไหม?"
 
คนเราก็แปลก ตอนมีชีวิตอยู่เพลาทำความชั่วกระไร สักพักก็ลืม จำอยู่ไม่นาน แต่เพลานี้ สมองอาแปะเตี๋ยวกลับจำสิ่งที่เคยทำมาได้ชัดเจน ราวกับทุกเหตุการณ์เพิ่งเกิดเมื่อชั่วโมงก่อน ฉายเป็นฉาก ๆ สมจริงดั่งกำลังนั่งดูทีวีสามมิติจอแบน โซนี่บราเวีย ๖๐"
 
จะโกหกว่า "ไม่ได้ทำ" เหมือนสมัยอยู่เมืองมนุษย์ก็ทำไม่ได้ ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ
 
"ทำความชั่วมากขนาดนี้ คงต้องเอาไปลงโทษให้หลาบจำ เอ้า... เอาตัวไปโรรุวนรก"
 
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม อาแปะเตียวเสียววาบเย็นไปทั้งกาย เหมือนได้รับประกาศคำสั่งศาลประหารชีวิต แค่ประหารชีวิตหน่ะทนเจ็บประเดี๋ยวเดียวก็พ้นไปแล้ว แต่การลงโทษที่รออาแปะอยู่เบื้องหน้าขณะนี้มันกินเวลาเนิ่นนานชั่วกัปป์ชั่วกัลป์ ร่างที่เคยสลดหดหู่สำนึกบาป บัดนี้เริ่มพยายามออกแรงขัดขืนไม่ยอมรับคำพิพากษา แต่บุรุษร่างกำยำผิวคล้ำจนมองหน้าแทบไม่เห็น โพกผ้าสีแดง ยืนอยู่เบื้องหลังทั้งสองดูจะไม่อนุญาตให้อาแปะขยับตัวเท่าไรนัก ไม่สามารถแม้จะกระดิกปลายก้อย ตัวอาแปะเริ่มลอยไปสู่นรกแผดเผาอยู่เบื้องหน้า
 
"อาเฮีย อาเฮีย อั๊วะทามโลงปายม่ายรู้จินจิน อาเฮียอย่าทามอั๊วะเลย เดี๋ยวอั๊วะจาให้เงิงอาเฮียนะ อั๊วะมีเงิงฝังไว้ที่บ้างเยอะเลย อาเฮียจะอาวท่าวไหร่ อั๊วะจากลับปายอาวมาให้ อย่าลงโทกอั๊วะเลย" อาแปะต่อรองครั้งสุดท้าย
 
"อุวะ..." น้ำเสียงเรียบเย็นกลายเป็นเกรี้ยวกราดขึ้นมาแวบนึง แล้วกลับเป็นน้ำเสียงเนิบ ๆ แต่เข้มขึ้นเล็กน้อย "เธอไม่รู้หรือว่า เงินทองที่นี่ไม่มีความหมาย เราอุตส่าห์ช่วยเธอเต็มที่แล้ว ยังจะมาติดสินบนทำความผิดเพิ่มอีกกระทง โรรุวะคงยังไม่พอให้เธอหลาบจำ พ้นไปได้ก็ยังต้องเวียนกลับลงมาอีก ปะพาไปอยู่ขุมสุดท้ายนะ คนต่อไป" ท่านผู้เป็นใหญ่ระงับบทสนทนา เรียกคนที่รออยู่เข้ามาพิจารณาต่อไป 
 
"ม่ายยยย อย่าลงโทกอั๊วะเลยยยย อั๊วะสำนึกเลี้ยววววว อาเตี่ยอาม่าอากงอาซิ้มเหลาเจก ช่วยอั๊วะล้วยยย" เสียงอาแปะโวยวายลั่น แต่ตัวอาแปะก็ยังเลื่อนไปข้างหน้าไม่หยุด
 
เปลวไฟร้อนแรงเบื้องหน้าใกล้เข้ามาทุกที อาแปะร้องขอความเมตตาสุดเสียง พยายามขัดขืนไม่ต่างจากเหล่าหมูที่ดิ้นรนให้พ้นจากการถูกแทงคอเท่าใดนัก
 
"อาตงงง... ช่วยเตี่ยล้วยยยย..." เสียงสุดท้ายในสำนึก ก่อนความรู้สึกอาแปะจะวูบลง
 
จบตอน ๑
 
ดัดแปลงจาก : ไฟไหนเล่า จะร้อนเท่าไฟนรก ของ ดร.สุทัสสา อ่อนค้อม
 
ปล.๑ พบหนังสือชื่อ "The Story of Old Man Tiow" ขณะปฏิบัติศาสนกิจอยู่ประเทศมาเลเซีย รู้สึกชอบใจจึงวานให้ญาติโยมโทรไปขออนุญาตดัดแปลงจากเจ้าของแล้ว
 
ปล.๒ ขออภัยมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านด้วย เอ็นทรี่นี้โพสต์ทันทีหลังจากได้รับอนุญาตจาก อ.สุทัสสา โดยตรงทางโทรศัพท์ อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังแอดมินเพจ อ.สุทัสสา อ่อนค้อม แจ้งมาว่า อ.สุทัสสา ได้อ่านแล้ว ไม่อนุญาตให้ทำการดัดแปลง
 
จึงขอเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "แนะนำหนังสือ ไฟไหนเล่า จะร้อนเท่าไฟนรก ของ อ.สุทัสสา อ่อนค้อม" 
ขอเชิญติดตามเรื่องราวของอาแปะเตี๋ยวได้ในหนังสือเล่มดังกล่าวครับ
หายหัวไปนานเลยเพราะหลัง ๆ ไปติดเฟสบุ๊คแทน ด้วยความสะดวกนานาประการ เอ็กซ์ทีนนั้นกว่าจะแปะรูปได้ ต้องอัพโหลดหลายขั้นตอน เสียเวลา จำกัดขนาดภาพเพียง 200KB ข้อจำกัดเยอะกว่าเฟสบุ๊คมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องเป็นราวยาว ๆ เฟสบุ๊คก็สู้เอ็กซ์ทีนไม่ได้เหมือนกัน
 
ครั้นพอมีเฟสบุ๊คที่แสนสะดวกและรวดเร็ว การรายงานผลการปฏิบัติงานก็เลยมักไปแปะไว้บนเฟสบุ๊คเสียเป็นส่วนใหญ่ จนอาจทำให้เข้าใจได้ว่า ข้าพเจ้ามาบอกบุญในเอ็กซ์ทีนแล้วก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ เอาสตังค์ไปทำอะไรหนอ วันนี้เลยมารายงานผลจั๊กหน่อย
 
ผลงานก็มิได้มีเป็นภาพชัด ๆ เพราะหลัง ๆ ส่วนใหญ่ใช้วิธีแพ็คของส่งขึ้นไป มิได้ไปด้วยตนเอง เพราะค่าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวคราวละเป็นหมื่น สู้เอาเงินหมื่นมาซื้อของบริจาคที่เขาต้องการจริง ๆ ไม่ได้ อาศัยบุญเน็ทเวิร์คที่หาไว้สร้างไว้สมัยบุกไปด้วยตนเอง กระจายของบริจาค อย่างคราวนี้ที่บอกบุญซื้อข้าวสารให้โรงเรียนก็ได้รับบริจาคมา ๑๗,๐๐๐ บาท สามารถซื้อแจกได้หลายโรงเรียนทีเดียวดังนี้
 
 
๑. โรงเรียนแรก เป็นโรงเรียนในการปกครองของ อ.วิทยา ธุระอบ เอง คือโรงเรียนบ้านแม่ก๋อน เป็นโรงเรียนติดอันดับท็อปไฟว์ทุรกันดารที่สุดใน ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รองจากโรงเรียนบ้านจอซีเดอเท่านั้น
 
 
 
 
 
 
๒. โรงเรียนบ้านบุญเลอ โรงเรียนนี้สังกัด อ.แม่สามแลบ ซึ่งเส้นนั้นทุรกันดารแทบทุกโรงเรียน โดยบ้านบุญเลอนี่ติดท็อปไฟว์ทุรกันดารที่สุดในเส้นทางนั้นอีกเหมือนกัน ทางที่ไปก็ยาก แถมได้ผู้ใหญ่บ้านไม่ค่อยดี ชาวบ้านไม่ค่อยสามัคคีกันอีก เลยซวยซ้ำซวยซ้อน ข้าพเจ้าก็สงเคราะห์ไปตามกำลังที่มี
 
 
 
 
 
 
๓. โรงเรียนบ้านห้วยกระต่าย โรงเรียนนี้ก็ได้รับการฝากฝังจากหลวงพี่วสันต์ (ตอนนี้สึกไปเป็นทิดวสันต์แล้ว) ว่า ให้ช่วยเข้าไปดูหน่อย ชาวบ้านยังยากจนอยู่มาก เคยเข้าไปแจกเสื้อผ้า ก็ยังเป็นที่ต้องการ ไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวที่โรงเรียน ก็สนุกสนานดี โรงเรียนนี้อยู่เส้นแม่สามแลบ ถึงห้วยแห้งแล้วไปทางซ้าย บุญเลอไปทางขวา
 
 
 
 
 
 
๔. โรงเรียนบ้านกลอเซโล หมู่บ้านนี้ไม่เคยไปฮะ คาดว่า ก็คงลำบากไม่แพ้ ๓ โรงเรียนที่ว่ามา
 
 
 
 
 
 
นอกจากนี้ยังมีจดหมายขอบคุณตามมาอีกหลายฉบับ แต่ไม่ได้สแกนลงเครื่องไว้ สรุปซื้อข้าวสารแจกไป ๒๐ กระสอบ ปลากรอบอีกประมาณครึ่งตัน เสื้อผ้าอีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ค่อยได้เสื้อผ้าเด็กอย่างที่ อ.วิทยา ต้องการ ถ้าใครมีเสื้อผ้าเด็ก ๕-๑๐ ขวบ ไม่ใช้แล้ว ก็ยังสามารถบริจาคได้ครับ
 
รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำแดงนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวไม่ถึง ๑ ใน ๑๐๐ ของงานที่ทำอยู่ เพราะทำงานอยู่แทบทุกวัน หากรายงานมันเสียทุกอย่างก็ดูจะเฝือไป หากต้องการติดตามดูรายงานแบบวันต่อวัน ขอให้ติดตามในเฟสบุ๊คจะง่ายกว่า
 
ขอทุกท่านจงโมทนางานที่สำเร็จแล้วทุกประการ
 
แปะลิงค์โดยพลัน (จากคอมเม้นท์ที่ ๑)
 
 
เจริญธรรม ฯ

edit @ 18 Jul 2012 09:10:17 by Dhammasarokikku

เพิ่งกลับจากอินเดียได้ประมาณ ๑ สัปดาห์ ทางโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศอนุญาตให้กลับไปนอนวัด ๑ คืน เข้ากุฏิพบจดหมายทางไกลจากแม่สะเรียง รายงานความคืบหน้าของโครงการสร้างห้องน้ำให้ที่พักสงฆ์แม่ชบา ดังนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โครงการนี้ใช้ทุนเพียง ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินที่เหลือจากการสร้างห้องน้ำเต็มรูปแบบที่วัดราชสิทธาราม ๑ ห้องกว่าสองหมื่นบาท บอกเจ้าภาพที่บริจาคมาแล้วก็โอนไป ทั้งที่ค่าขนส่งขึ้นดอยนั้นแพงมาก เที่ยวหนึ่งก็ประมาณสามพัน ตกลงเหลือค่าของค่าแรงเพียงสี่พัน งบเพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างห้องน้ำให้ใช้งานได้ ก็ขอท่านทั้งหลายจงโมทนา
 
วันรุ่งขึ้นโยมอาจารย์วิทยาก็โทรมาบอกบุญที่เคยเกริ่นไว้นานแล้วว่า ช่วงเปิดเทอมมักจะมีนักเรียนใหม่มาเรียนซึ่งต้องใช้เวลาของบประมาณเพิ่มเกือบปี (หัวละ ๑๓ บาท) บ้างก็เป็นนักเรียนกินนอนก่อนวัย ไม่สามารถขอเบิกจากทางราชการได้ ทำให้ข้าวสารไม่พอเพียงต้องจัดหาเอง ท่านพูดอย่างน่าสงสารว่า เน็ตท่านก็เล่นไม่เป็น ญาติโยมก็ไม่รู้จักใคร ก็มีแต่พระคุณเจ้าเท่านั้นนี่ละที่พอจะขอความช่วยเหลือได้ เจออย่างนี้จะไม่ช่วยได้หรือ???
 
ข้าพเจ้าก็ลองถามว่า ขาดเหลือสักกี่มากน้อย โยมเขาก็ว่า ตามแต่กำลังศรัทธา คุยไปคุยมาความจริงก็แพลมออกมาว่า ขาดประมาณ ๑๐ กระสอบ
รายละเอียด : อ.วิทยา ธุระอบ เป็นรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ก๋อน ได้ทำงานทุ่มเทอย่างมาก จนชื่อเสียงระบือไกลไปในหมู่ชาวเขาว่า โรงเรียนสอนดี มีที่พัก มีอาหารกินอย่างเพียงพอ ชาวบ้านแห่กันส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่ ทั้งจากในหมู่บ้านเอง และหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งทางการก็มีงบประมาณอาหารให้หัวละ ๑๓ บาท เพียงแต่ต้องของบประมาณก่อน กว่างบจะมาก็คือปีหน้า

ในช่วงสูญญากาศของงบประมาณ ช่วงเปิดเทอมก็จะมีปัญหา ต้องหางบมาซื้อข้าวสารเพิ่มเติม เพราะมีเด็กชาวเขามาสมัครใหม่ทุกเทอม ท่านบ่นว่า เด็กชาวเขานี้กินข้าวจุมาก

ปกติก็จะช่วยซื้อให้เทอมละ ๕ กระสอบบ้าง ๑๐ กระสอบบ้าง ตามปัจจัยที่มี แต่ช่วงนี้ไปอบรมพระธรรมทูตต่อเนื่อง ๙๐ วัน รายรับเป็นศูนย์ จึงขอฝากญาติโยมใจกุศลทั้งหลาย ช่วยกันคนละไม้คนละมือ บริจาคทรัพย์ซื้อข้าวสารให้เด็กนัก เรียนชาวเขาได้ที่บัญชี ธ.กรุงเทพ สาขาย่อยโลตัส ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม 065-0-21185-7 ชื่อบัญชี น.ส.พรรณสุนีย์ มาลาโรจน์ โทร. 0877278938 นอกจากนี้ อ.วิทยา ยังขอความเมตตาบริจาคเสื้อผ้าสำหรับเด็กอายุ ๕-๑๐ ขวบ จำนวน ๒๕ คน มาด้วย ท่านใดมีเสื้อผ้าเด็กไม่ใช้แล้วก็สามารถนำมาบริจาคได้ที่วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ ๒๓ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
ขออนุโมทนาล่วงหน้า ฯ

edit @ 18 May 2012 13:11:23 by Dhammasarokikku

Dhammasarokikku View my profile