มาว่ากันต่อถึงคำถามข้อต่อไป (ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประสบปัญหาชีวิตเล็กน้อย ใช้อินเทอร์เน็ตไม่สะดวก เลยหายหน้าหายตาไป)


ถาม : เรื่องที่สองศีลข้อสาม ไม่ประพฤติผิดในกาม ห้ามผิดลูก ผิดเมีย

กรณีแรกผิดลูก แสดงว่าการมีอะไรกันก่อนแต่งงานถือว่าเป็นการผิดศีลข้อสาม เพราะพ่อแม่ไม่รับรู้ไม่ได้ยกให้ ใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่แบบนี้ฝ่ายชายที่ผิดฝ่ายเดียวหรือฝ่ายหญิงด้วยที่ผิดศีลข้อสาม

ตอบ : ถูกต้องครับ ผิดทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง (ขึ้นกับผู้ปกครองเป็นสำคัญ หมายถึงถ้าผู้ปกครองรู้แล้วเสียใจ อย่างนี้ก็ถือว่า ผิดศีล) รวมถึงกรณีที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่มีผู้ปกครอง เช่น น้า อา พี่ สามี ภรรยา ถ้าผู้ปกครองเขาไม่อนุญาต ก็ผิดครับ

 

ถาม : กรณีที่สอง (สถานภาพเป็นแฟนกันยังไม่ได้แต่งงาน) หากฝ่ายชายมีแฟนอยู่ แล้วไปมีผู้หญิงอื่นด้วยโดยที่ผู้หญิงอื่นไม่รู้ว่าผู้ชายมีแฟนอยู่แล้ว ผู้หญิงอื่นผิดศีลข้อห้ามไหม แล้วผู้ชายล่ะผิดหรือเปล่า ในเมื่อก็ผิดกับแฟนตัวเอง

ตอบ : แก้การใช้คำสักนิด ศีล แปลว่า ปกติ และไม่ใช่ข้อห้าม เวรมณี เป็น "เจตนาเว้น" เรื่องศีลนี่มีเกณฑ์ดูง่าย ๆ คือ ไปเบียดเบียนผู้อื่นหรือเปล่า ไปทำร้ายจิตใจใครหรือเปล่า และกรรมดูที่เจตนา เจตนาหัง ภิกขะเว กัมมัง วะทามิ ภิกษุทั้งหลาย เจตนานั่นแล คือตัวกรรม

ฉะนั้นไม่ว่า เรื่องราวคบชู้สู่ชายตุ๊ดเกย์ทอมดี้กิ๊กแก๊กกั๊กจักซับซ้อนเพียงไร ผิดศีลประการใดหรือไม่ ดูที่คนรอบข้างครับ ในฐานสูตรพระพุทธองค์ตรัสไว้ "ศีลพึงทราบด้วยการอยู่ร่วมกัน ศีลพึงรู้ด้วยการศึกษาอยู่ มนสิการอยู่ ไม่มนสิการหารู้ไม่ คนมีปัญญาจึงรู้ คนไม่มีปัญญาหารู้ไม่"

ฉะนั้น ศีลจึงเป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นปกติสุขเป็นหลักใหญ่ มิได้ยึดเอาตามตัวอักษรเป๊ะ ๆ เป็นเกณฑ์ ต้องดูเจตนาประกอบด้วย ยกตัวอย่าง การโกหกเพื่อให้ผู้อื่นสบายใจ เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น โดยที่ไม่เป็นโทษภายหลัง ก็ไม่ถึงกับศีลทะลุ แค่ด่าง ๆ (แต่การโกหกมีผลอีกอย่างคือ เสียสัจจวาจา พูดไม