เผลอแผล็บเดียว ใกล้ออกพรรษาละ เมื่อสองเดือนก่อนมีญาติโยมโทรมาถามหาวัดจักทอดกฐิน รู้สึกสงสัยทำไมเขาแอคทีฟกันจัง ยังไม่ทันเข้าพรรษาเลย เตรียมหาวัดทอดกฐินกันแล้ว เวลาผ่านไปจึงทราบว่า ๓ เดือนนี่ไวเหมือนโกหก และกฐินวัดใหญ่ ๆ ที่เป็น "กฐิน" เขาจองกันแต่เนิ่น ๆ

ที่นำเรื่องนี้มาเขียน ก็เพราะได้รับซองกฐินซองหนึ่งครับ มาจากวัดทางภาคเหนือ เปิดดูฎีกา(ใบบอกบุญในซอง)หน้าตาสวยงามทีเดียว พิมพ์เป็น ๔ สีเสียด้วย ลงทุนจริง ๆ ข้อความบอกบุญก็ดีครับ วัตถุประสงค์ก็ดี ดีทุกอย่างเลยยกเว้น "อานิสงส์กฐิน" ที่อยู่ตอนท้ายใบฎีกา อ่านแล้วแปร๊บหัวใจ

 

 

อ่านไม่ออกใช่ม๊า คนสแกนลงเองยังอ่านไม่ค่อยออกเลย ข้อ ๑ - ๔ ไม่ค่อยมีกระไรครับ ประมาณถ้าเป็นชายจักได้รับประทานการบวชแบบ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" (การตรัสว่า "จงมาเป็นภิกษุเถิด") จากพระพุทธเจ้าโดยตรง (ซึ่งความจริงน่าจักเพี้ยนมาจาก ถ้าเป็นชายไปเกิดทันยุคพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล แม้บวชด้วยวิธี "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" แล้วจักมีจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์มาใส่ทันที) เป็นหญิงก็ได้เครื่องประดับ มหาลดาปสาธน์ (เครื่องประดับของนางวิสาขามหาอุบาสิกา) หรือไปเกิดยุคอื่นก็ได้เครื่องประดับที่เลอค่าอมตะกว่าใคร บลา ๆ ๆ ... เรื่องพวกนี้เป็นไปได้ทั้งสิ้นครับ ไม่จำต้องถวายกฐิน ถวายสังฆทานธรรมดานี่ก็ได้ ขอให้มีไตรจีวรรวมอยู่สักชุดหนึ่ง หรือทำบุญหนัก ๆ สักอย่างหนึ่งแล้วอธิษฐาน (ตั้งใจมั่น) ว่าต้องการเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นไปได้ครับ แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ฉะนั้นข้าพเจ้าไม่ใคร่ใส่ใจนัก

มาข้อ ๕ นี่ละครับ เฮ้ย!!! แอ๊ดว๊านซ์ขิง ๆ

ความว่า "เป็นมหากุศลทาน ผู้มีจิตอนุโมทนาย่อมได้กุศลนั้น แม้อุทิศให้ผู้ตายอันตกอยู่ในทุคต