๑. ทีแรกเห็นเขาทำ XXX ความจริงของ ... นึกว่าเรียนแบบกันง่าย ๆ เลยจักเรียนแบบมั่ง

๒. พอทำจริงแล้ว พบว่า มันไม่ง่ายเลย ทำจนตาลาย

๓. แต่ก็ลองทำดู เพราะได้ลงมือไปแล้ว

๔. ไม่รับปากว่า จักเป็นเรื่องจริงทั้งหมด บางข้อที่เป็นสีแดงก็ sit the candle นั่งเทียนเอา ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

๕. เรื่องแรกที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า พระแปลว่าผู้ประเสริฐ มีจริยวัตรงดงามอยู่ในวัด ฉะนั้นพระมรณภาพแล้ว คงไปดี

๖. ความจริง คือ พระตกนรกง่ายกว่าฆราวาสเสียอีก

๗. พระภิกษุส่วนใหญ่ มีนรกเป็นที่ไป

๘. นรกขุมฮ็อตฮิตยิ่งกว่าฮ็อตโพสต์สำหรับพระ มักเป็นขุมที่ลึกที่สุด ชื่อ อเวจีมหานรก ขุึมอื่นไม่เป็นที่นิยม

๙. มีเพียงส่วนน้อยไปพระนิพพาน

๑๐. ศึกษาจนรู้สึกว่า บวชเป็นพระแล้ว มีที่ไปแค่ ๒ ที่นี้

๑๑. ที่จักไปสวรรค์ ไปเป็นพรหม หรืออย่างอื่นนั่น น้อยเต็มที

๑๒. ใครว่า เป็นพระแล้วสบาย นั่ง ๆ นอน ๆ

๑๓. ไม่ทำตัวให้ดี ตายแล้ว ต้องไปทนร้อนอยู่ในนรกตั้งแสนนาน

๑๔. เพราะการที่เขาให้ความนับถือว่า พระภิกษุเป็นปูชนียบุคคล สมควรได้รับความเคารพกราบไหว้นั่นแล ทำให้พระตกนรก

๑๕. ด้วยทำตัวซกมก ไม่สมกับที่เขากราบไหว้

๑๖. บวชเข้ามาแล้ว ไม่ปรารภพระนิพพาน ไปหวังอย่างอื่น

๑๗. ใครจักบวชเข้ามา ดูดี ๆ นะเออ

๑๘. เป็นฆราวาสรักษาแค่ศีล ๕ ก็สามารถบรรลุเป็นพระโสดาบันได้ และมักได้มรรคผลขั้นต้นเร็วกว่าบวชเป็นพระ ด้วยจำนวนศีลที่ต้องรักษาน้อยกว่า โอกาสตกนรกก็น้อยกว่า เพราะไม่มีใครมากราบไหว้ แต่มรรคผลขั้นสูงขึ้นไป เพศฆราวาสทำได้ยาก เพศสมณะพระภิกษุจึงควรอนุรักษ์รักษาไว้ อย่าได้ขาดตอน เพื่อให้ผู้ได้มรรคผลขั้นต้นในอนาคต สามารถบวชเป็นพระภิกษุได้ อย่าให้เหมือนภิกษุณี ขาดตอนไปแล้ว สาว ๆ อดบวชกันหมดเลย

๑๙. ฉะนั้นก็เอามรรคผลขั้นต้นให้ได้ก่อน แล้วค่อยเข้ามาบวช ก็ไม่สาย

๒๐. เดี๋ยวนี้ คนมีศรัทธาบวชเข้าพรรษาตามประเพณีน้อยลงมาก

๒๑. ปริมาณพระทั่วประเทศ จากที่เคยมีถึงกว่าสามแสนรูปทั่วประเทศ ปัจจุบันไม่แน่ใจว่า เหลือถึงแสนหนึ่งหรือเปล่า

๒๒. ส่วนหนึ่ง ก็เป็นเพราะข่าวฉาวของพระ ไม่เว้นแต่ละวัน

๒๓. ข่าวมักลงเรื่องฉาวของพระ ขึ้นหน้าหนึ่ง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ

๒๔. คนอ่านข่าวแล้ว ชอบเหมาว่า พระทั้งหมดทั่วประเทศเป็นเหมือนในข่าว

๒๕. สบถว่า พระสมัยนี้ไม่มีดี

๒๖. เขาเลิกนับถือพระนับถือเจ้ามานานแล้ว

๒๗. เข้าวัดมีแต่พุทธพาณิชย์ เอาพระพุทธเจ้ามาหากิน เน้นให้คนทำแต่ทาน

๒๘. ความจริง คือ คนสบถนั่น ไม่ค่อยได้เข้าวัด

๒๙. คิดเองเออเองอยู่ในร้านกาแฟปากซอย หลังจากอ่านหนังสือพิมพ์ฟรีที่ทางร้านอาโกจัดไว้ให้

๓๐. หรือเป็นเรื่องที่เม้าท์แล้วสนุกปากยิ่งกว่าเรื่องไหน ๆ

๓๑. ความจริงแล้ว พระที่ดีมีปริมาณ คิดเป็นสัดส่วนเยอะกว่า พระที่เป็นข่าวมากมาย คนใกล้ชิดวัดถึงจักรู้

๓๒. พระไม่ดี มีไม่ถึงหนึ่งในร้อย

๓๓. เพราะถ้ามีถึงหนึ่งในร้อย ในพระแสนรูป จักมีพระไม่ดีพระฉาวอยู่ถึง ๑,๐๐๐ รูป นักข่าวคงไม่ต้องทำมาหากินอะไร วัน ๆ หาเฉพาะข่าวพระฉาวก็พอกิน

๓๔. แต่เขาก็ประโคมข่าวกันจัง

๓๕. เพราะข่าวแบบนี้ มันขายได้

๓๖. ข่าวพระที่ดี มักอยู่หน้าท้าย ๆ ของหนังสือพิมพ์ และมีเพียงไม่กี่ฉบับที่เอาไปลง

๓๗. เพราะเป็นข่าวไม่น่าสนใจ ชาวบ้านไม่ค่อยอ่าน มันไม่แซ่บ เอาไปเม้าท์ไม่มันส์

๓๘. ชาวพุทธที่ดี ย่อมรู้ว่า เรื่องพระฉาว เป็นเรื่องของปัจเจกชน

๓๙. ทำนองปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง

๔๐. ใช่ว่า พระไม่ดีรูปเดียว จักพาให้พระไม่ดีไปทั้งประเทศสักหน่อย

๔๑. แต่น่าเสียดาย คนส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่คนพุทธ

๔๒. กลายเป็นคนนับถือศาสนาหวย

๔๓. มีสัตว์แปลก ๆ ต้นไม้แปลก ๆ อะไร ๆ แปลก ๆ เป็นสรณะ ที่พึ่ง

๔๔. ส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ศาสนานี้รุ่งเรือง ก็คือสื่อนั่นแหละ

๔๕. ประโคมข่าวกันจัง วัวห้าขา แมวสี่ตา หมาออกลูกเป็นไข่

๔๖. คนก็บ้าจี้ตามไปจุดธูป ขัดถู ขอเลข ช่วยใบ้หวยเถื่อน

๔๗. ทุกครึ่งเดือน ก็ต้องออกไปทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา อานิสงส์จักได้แบเบอร์

๔๘. วันสำคัญทางศาสนาของเธอ คือวันที่ ๑ และวันที่ ๑๖

๔๙. ไปทำบุญแล้วก็ยังมิวายตลกบริโภค ไปขอหวยขอโชคจากพระอาจารย์

๕๐. วานบอกทีเหอะ ไม่รู้ทำบุญเพื่อละ หรือทำเพื่อโลภกันแน่

๕๑. ได้รับฟังข้อมูลแท้ ๆ จากพระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง จึงได้เข้าใจรากฐานของศาสนานี้ในประเทศไทย สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หวยออกทุกวัน ครับ ชาวบ้านติดหวยกันงอมแงม จนรัฐบาลต้องออกข่าวว่า ระวังจักมียักษ์ ๓ ตน ออกมากินพวกเล่นหวย

๕๒. ความจริง รัฐบาลเขาต้องการใช้ยักษ์ช่วยสื่อว่า ไอ้ยักษ์สามตน ก็คือ หวยสามตัว นั่นแล

๕๓. แต่เมื่อเข้าใจผิดกันไปแล้ว กลัวยักษ์กินเลยไม่กล้าเล่นหวย ก็เลยเลยตามเลย

๕๔. พระที่ดีหนึ่งรูป มีคุณค่า มากกว่าพระไม่ดีแสนรูป

๕๕. เพราะมรรคผลนิพพาน เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน

๕๖. และพระพุทธองค์ ก็ทรงทำนายไว้ก่อนแล้วว่า ศาสนาจักเสื่อม ก็ด้วยมือลูก ๆ ของพระองค์เอง

๕๗. ซึ่งก็คือ พุทธบริษัท ๔

๕๘. ภัยคุกคามจากศาสนาอื่น อย่างไรก็ไม่รุนแรงเท่าภัยจากภายใน ครับ

๕๙. เพราะศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่ไม่มีจุดอ่อน

๖๐. พวกเล่นเพิ่มจุดอ่อนให้พระศาสนา ด้วยการบิดเบือนพระธรรมคำสั่งสอน

๖๑. บางสำนักโฆษณากันสนุกสนานว่า ทำทานแล้วรวยอย่างนั้นอย่างนี้ทันตาเห็น ทำมากได้มาก สามารถกู้เงินมาทำบุญได้ ประมาณว่า ทำบุญก่อน ผ่อนทีหลัง สามารถทำบุญจองที่ดินบนสวรรค์ได้ เป็นต้น
 
 
๖๒. ตูละหน่าย

 

๖๓. คำสอนดังกล่าว บิดเบือนทั้งสิ้น พระพุทธองค์ทรงสอนนักสอนหนาถึงวิธีทำบุญน้อย ให้ได้บุญมาก และสรรเสริญบุญที่ไม่ต้องใช้สตางค์สักบาทเดียว คือ การเจริญภาวนา ว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่า การให้ทาน หรือรักษาศีล

๖๔. พระที่ดีเยี่ยม มักเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ ไม่เป็นข่าว ไม่อยากมีเงินทองเยอะ ๆไม่อยากมีชื่อเสียง ไม่อยากได้ยศตำแหน่ง

๖๕. เขาเลยเข้าใจไปว่า พระที่ดีเยี่ยม ไม่มีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน

๖๖. ความจริงพระที่ดีเยี่ยม ก็ยังมีอยู่ แต่ต้องออกไปแสวงหา

๖๗. คนไม่น้อย เข้าใจผิด เรื่องพระมีฤทธิ์ กับพระอริยเจ้า นึกว่า เป็นอย่างเดียวกัน

๖๘. ความจริงเป็นคนละเรื่องเดียวกันเลย ครับ พระมีฤทธิ์ มีทั้งที่เป็นโลกียะ (โลก ๆ) และโลกุตตระ (เหนือโลก) แต่พระอริยเจ้านั้น มีแต่เหนือโลกอย่างเดียว การอยู่เหนือโลก ไม่จำเป็นต้องมีฤทธิ์ แค่ละกิเลส ๓ ตัว โลภ โกรธ หลงได้ ก็เป็นพระอริยะ ส่วนฤทธิ์มักได้มาเป็นของแถม ความเป็นพระอริยะ ไม่เกี่ยวกับฤทธิ์แต่อย่างใด

๖๙. พระจักหมดจากความเป็นพระ ต้องต้องอาบัติหนัก ๔ ประการเท่านั้น

๗๐. ๔ ประการนั้น คือ อาบัติปาราชิก ได้แก่ เสพเมถุนธรรม ๑, ถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ราคาได้ ๕ มาสก (๑ บาท) ๑, จงใจฆ่ามนุษย์ ๑ และอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน ๑

๗๑. บางคนเข้าใจว่า พระทำอย่างอื่นแล้วหมดความเป็นพระ เช่น พระเป็นมิจฉาทิฏฐิ เข้าใจพระนิพพานคลาดเคลื่อน แล้วสอนญาติโยมให้เข้าใจผิดตาม พระกินเหล้า พระโกหก ความจริงความเป็นพระก็ยังมีอยู่บริบูรณ์ เวลาจะจับพระสึก จึงสมควรให้ไปสึกที่วัด ไม่ใช่ที่โรงพัก

๗๒. คนทั่วไปมักเข้าใจว่า พระจักเป็นพระชิกเคล็ดมากที่สุด ก็ด้วยเรื่องเสพเมถุนธรรมกับสีกา

๗๓. หรือบางคนก็ว่า อวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน เช่น อวดว่า ตนได้มรรคผลนิพพาน ตนได้ฌาน ได้กสิณ มีฤทธิ์ เป็นต้น เป็นอาบัติปาราชิก ที่พระชิกเคล็ดต้องกันมากที่สุด

๗๔. ความจริง คือ พระต้องอาบัติปาราชิกมากที่สุด คือ อทินนาทานสิกขาบท เพราะลักทรัพย์ หรือฉ้อฉลโกงทรัพย์ เพียง ๑ บาท ก็หมดความเป็นพระแล้ว

๗๕. รวมถึงการเก็บเงินที่ตกอยู่นอกเขตวัดด้วย หากเจ้าของยังหวงอยู่ เกินบาทหนึ่ง ก็เสร็จเลย ท่านให้พระเลวได้แค่ ๙๙ สตางค์

๗๖. อาบัติ ปาราชิก แปลว่า "ผู้พ่าย" ต้องเข้าไปแล้ว ห้ามมรรคผลนิพพาน แต่ไม่ห้ามสวรรค์ บวชใหม่ก็ไม่เป็นพระ

๗๗. อาบัตินั้น ภิกษุพึงทราบด้วยตนเอง มิต้องรอให้มีการสอบสวน ค้นหาหลักฐาน แจ้งความผิด หรือปรับอาบัติปาราชิกจากผู้อื่น เมื่อต้องแล้ว ควรมีสำนึก สิกขาลาเพศไป ไม่ควรทำตัวเป็นเหลือบศาสนา โทษที่หนักอยู่แล้ว จักหนักยิ่งขึ้น ตกนรกนานยิ่งขึ้น (แต่ส่วนใหญ่ไม่ไล่ ไม่ไป บางทีไล่แล้ว ก็ยังไม่ไป)

๗๘. เพราะภิกษุที่ต้องอาบัติปาราชิก ไปร่วมสังฆกรรมกับใคร สังฆกรรมนั้นก็เสีย เช่น ลงอุโบสถฟังปาติโมกข์ (ฟังพระวินัย) ทุก ๑๕ วัน ปาติโมกข์นั้นก็เสีย โทษของการต้องอาบัติปาราชิกแล้ว ยังคงห่มเหลืองอยู่ แม้ทางโลก จักมีโทษเพียงแต่งกายเลียนแบบพระภิกษุ แต่โทษทางธรรมนั้น ประมาณมิได้

๗๙. ถ้าถวายสังฆทานกับพระรูปเดียว พระรูปนั้น ไม่มีสิทธิ์ใช้ปัจจัยนั้น หรือสังฆทานถังนั้น เพราะสังฆทานนั้น ตกเป็นของสงฆ์ คำว่า "สงฆ์" หมายถึง คณะพระภิกษุ ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ต้องสงฆ์มีมติยินยอมให้เอาไปใช้ได้ จึงสามารถนำไปใช้ได้ ขืนเอาไปใช้โดยพลการ ก็มีสิทธิ์เจอข้อหา "ลักของสงฆ์"

๘๐. ฉะนั้น หากมีเจตนาให้พระรูปนั้นใช้จ่ายส่วนตัว สมควรเขียนวงเล็บมุมซองว่า "ถวายให้ใช้ส่วนตัว" แจ้งเจตจำนงให้ชัดเจน เป็นการช่วยให้ความปลอดภัยแก่พระ บางทีพระบวชใหม่ ความรู้เรื่องพระวินัยไม่ชัดเจน จักได้ใช้สิ่งของนั้น สมตามเจตนา อันนี้ไม่เกี่ยวกับเวลานิมนต์พระไปฉันเพลหลาย ๆ รูป แล้วถวายสังฆทาน อย่างนั้นเอาไปใช้ส่วนตัวได้

๘๑. แต่ของที่ถวายพระเป็นการส่วนตัวโดยเฉพาะเจาะจง เรียกว่า ปาฏิปุคคลิกทาน อานิสงส์น้อยกว่าสังฆทานมาก

๘๒. บางคนก็เข้าใจว่า พระฉันเหล้า ก็หมดความเป็นพระ หรือต้องอาบัติหนัก

๘๓. ความจริง ฉันสุรา เป็นอาบัติปาจิตตีย์ แปลว่า จิตเป็นบาป สามารถระงับโทษได้ด้วยการปลงอาบัติ หรือแสดงบาปของตนแก่ภิกษุรูปอื่น ที่ดูร้ายแรง เพราะเป็นโลกวัชชะ โลกติเตียน และมีข้อกังขาว่า เป็นพระแล้ว ศีล ๕ ยังรักษาไม่ได้ สำมะหากระไรกับศีล ๒๒๗ ข้อ จักยังคงความเป็นพระอยู่หรือ? ซึ่งสิ่งที่คิดคาดเดาเอาเอง กับพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์บัญญัติไว้ เป็นคนละเรื่องกัน เดาเอาเองไม่ได้ สมัยพุทธกาล ก็มีพระฉันเหล้าสีแดง พระองค์ก็มิได้บัญญัติให้ต้องอาบัติปาราชิก

๘๔. การโกหก ก็เช่นกัน เป็นอาบัติปาจิตตีย์

๘๕. แต่คนทั่วไปก็รับไม่ค่อยได้ ด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ ๘๓

๘๖. ทว่าพระองค์ก็มิได้ทรงอนุญาตให้พระภิกษุฉันน้ำเมา หรือโกหก แม้อาบัติปาจิตตีย์ ก็ใช่จักไปนรกไม่ได้

๘๗. คนส่วนใหญ่นิยมใส่บาตรกับพระสูงอายุ

๘๘. ด้วยเข้าใจว่า คงเป็นพระที่ได้มรรคได้ผลแล้ว หรือมีความเพียรอย่างยิ่งยวด บวชมาจนแก่เฒ่า ทำบุญด้วยแล้ว ต้องได้อานิสงส์มากแน่ ๆ เลย

๘๙. ความจริงต้องดูด้วยว่า เป็นพระที่บวชตั้งแต่หนุ่ม หรือเพิ่งมาบวชเมื่อแก่ พระหลวงตาที่บวชเมื่อแก่ บางทีรักษาศีลได้ยากกว่าพระหนุ่มมาก ด้วยความเคยชิน เช่น เรื่องฉันอาหารเวลาวิกาล บางรูปบวชเพราะเกษียณแล้ว ไม่มีอะไรทำ บางรูปก็เห็นแก่ได้ ไม่เคยมีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มาก่อน บวชแล้วได้รับความนับถือมาก ลาภสักการะมาก ก็ไปติดสิ่งเหล่านี้ก็เยอะ แก่แล้ว การจดจำกระไรก็ยากเย็น ความเพียรก็ลดลงตามวัย พระสูงอายุบางรูปจึงไม่ค่อยได้ศึกษาพระธรรมวินัย แต่ก็มีไม่น้อยที่ศึกษาจนได้ประโยค ๗ ประโยค ๘ ตอนอายุ ๗๐-๘๐ น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง และที่บวชเข้ามาแล้ว ตั้งใจปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ขยันสวดมนต์ภาวนามิได้ขาด ก็มาก

๙๐. สรุปว่า พระดี ดูจากภายนอก ดูจากอายุไม่ได้ ครับ แต่ถ้าใส่บาตรด้วยความสงสาร ก็ไปอีกเรื่อง

๙๑. ชาวพุทธส่วนใหญ่ รู้สึกว่า ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่เลิศที่สุดในจักรวาล

๙๒. แต่ขณะที่คนอิสลามละหมาด สรรเสริญพระเจ้าของเขาวันละ ๕ ครั้ง

๙๓. คนคริสต์เข้าโบสถ์ฟังมิสซา ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าของเขาในวันอาทิตย์ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง

๙๔. คนพุทธที่คิดว่า ตัวเองนับถือศาสนาที่ดีที่สุดในโลก เข้าวัดเฉลี่ยไม่ถึงเดือนละ ๑ ครั้ง

๙๕. นักศึกษาที่บัตรประชาชนระบุว่า นับถือศาสนาพุทธ เข้าร้านเหล้า บ่อยกว่าเข้าวัดเสียอีก (ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการเอาข้อ ๒๒ มาเป็นข้ออ้าง)

๙๖. แอบเห็นตัวเลขน่าตกใจในหนังสือพิมพ์ ระบุว่า จำนวนสถานบันเทิงรอบสถาบันการศึกษามากที่สุดถึงแปดร้อยกว่าร้าน รอบจุฬาฯ มหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ

๙๗. ค่านิยมกำลังเปลี่ยนไป ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง อนาคตของชาติ อนาคตของพระศาสนา อยู่ในมือท่านทั้งหลายแล้ว

๙๘. สมเด็จพระประทีปแก้ว ได้ฝากพระศาสนาไว้กับพุทธบริษัท ๔ ครับ มีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มิได้ฝากไว้ให้กับพระภิกษุแต่ถ่ายเดียว เป็นการเฉพาะ ผู้นับถือศาสนาพุทธทุกคน มีหน้าที่ศึกษาหลักธรรมคำสอน และทะนุบำรุงพระศาสนา ให้ยั่งยืนถาวรสืบไป ด้วยการปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน และช่วยกันเผยแผ่คำสั่งสอนออกไป

๙๙. ว่าจักจบนานแล้ว แต่เขียนแล้วน้ำลายแตกฟอง ยังมีอีกหลายข้อ ขอเก็บเอาไปไว้เอ็นทรี่หน้า เดี๋ยวจักตาลายกันไปหมดเสียก่อน

 

ปล. เรียนแบบมาจากความจริงเหล่านี้

 

50 ความจริงโฆษณาไทย โดยบองเต่า

50 ความจริงการ์ตูนญี่ปุ่น โดยวิชัย

60 ความจริงของเกรียนและติ่งหู โดยอินี่มันรั่ว อินี่มันบ้า

70 เรื่องเมืองญี่ปุ่น โดยพงคุง

80 ความจริงบนถนนข้าวสาร โดยความรักสร้างฉัน

73 ความจริงเมืองผู้ดี โดยแมงกลิ้งขี้

59 ความขิงของเด็กวิดวะ 

69 ความจริงเด็กพาณิชย์ขอบอก...

50 ความจริงของผู้ชายหน้าม่อ...

 

 

จบตอน ๑

อีก ๙๙ ความเข้าใจผิด ในและนอกดงขมิ้น ตอนที่ ๒ (revised)

edit @ 27 Jul 2009 18:16:38 by Dhammasarokikku

Comment

Comment:

Tweet

Well, thats really great. Nice post keep up with this interesting work Thanks

#36 By Domain registration (202.62.83.8) on 2012-03-19 12:39

ถ้าจะตรวจหวยhttp://news.sanook.com/lotto/ ที่นี้นะค๊าา

#35 By ดูดวงปี 2555 on 2011-10-20 10:56

วิธีที่น่าสนใจ! ขอขอบคุณสำหรับบทความนี้ ฉันชอบมัน!

#34 By term papers (78.31.178.242) on 2010-12-07 18:33

ฉันไม่ชอบมัน

#33 By Gerona (78.31.178.242) on 2010-11-26 17:53

ถูกใจมากกกกก
Hot!

#31 By Sะฆัง on 2009-07-25 10:21

๒๔. คนอ่านข่าวแล้ว ชอบเหมาว่า พระทั้งหมดทั่วประเทศเป็นเหมือนในข่าว

๒๕. สบถว่า พระสมัยนี้ไม่มีดี

๒๖. เขาเลิกนับถือพระนับถือเจ้ามานานแล้ว

๒๗. เข้าวัดมีแต่พุทธพาณิชย์ เอาพระพุทธเจ้ามาหากิน เน้นให้คนทำแต่ทาน

๒๘. ความจริง คือ คนสบถนั่น ไม่ค่อยได้เข้าวัด

๒๙. คิดเองเออเองอยู่ในร้านกาแฟปากซอย หลังจากอ่านหนังสือพิมพ์ฟรีที่ทางร้านอาโกจัดไว้ให้

๓๐. หรือเป็นเรื่องที่เม้าท์แล้วสนุกปากยิ่งกว่าเรื่องไหน ๆ

GOOD!! big smile big smile big smile

เห็นด้วยอย่างยิ่ง

Hot! Hot!

#30 By โลกมืด on 2009-07-25 00:49

#4

คนทั่วไปที่กระแนะกระแหน เขาเรียกว่า "มาร" ครับ อย่าไปสนใจ ทำความดีเข้าไป เวลาไปสวรรค์ มารเหล่านี้ไม่ได้ไปกับเราด้วย เวลาไปนรก มารเหล่านี้ก็ไม่ได้ไปกับเราด้วยเช่นกัน

ฉะนั้นทางใครทางมัน คอนเวิร์สออลสตาร์ ครับ

#9

ประมาณว่า ผ้าเหลือง เป็นสมมุติสัจจะใช่ไหมเนี่ยะ? embarrassed

#10

เอาแหละ ไม่เข้าวัด แต่ฟังธรรม อ่านธรรมบ่อย ๆ ก็เมพกว่าพวกที่ไปทำบุญ ๙ วัดในวันเดียว ไปวัดแบบเร่ง ๆ แล้วก็ได้แค่ทำทาน

สู้ฟังธรรม อ่านธรรม อยู่ที่บ้านไม่ได้ ครับ

เพราะ "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา"

#13

ฮ่า ๆ ไม่เคยซื้ออ่านเลย ชอบอ่านของฟรี ก็เลยได้อ่านแต่ไทยรัฐ

#16

ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบบ.......

ขอให้ดาวเม้นท์นี้ ชอบ ๆ

#17

พรหมลูกฟัก คงมิได้มีอายุแค่สามพันปีหรอก เป็นกัป ๆ โน่นแน่ะ

#21

การบวช เป็นสังฆกรรมพิเศษที่พระพุทธเจ้าคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ต่อไปในอนาคตจักมีพระต้องปาราชิกเดินกันขวักไขว่

ท่านจึงบัญญัติไว้ให้ใช้พระอย่างต่ำ ๑๐ รูป ในเมือง และอย่างน้อย ๕ รูปในต่างจังหวัด เคยถามพระผู้ใหญ่ แม้มีพระปาราชิกปะปนอยู่ในหมู่สงฆ์ ๑๐ รูปนั้น สังฆกรรมก็ไม่เสีย หรือแม้อุปัชฌาย์เป็นพระปาราชิก สังฆกรรมก็ไม่เสีย

ยกเว้นกรณีเดียว คือ เป็นพระปาราชิกทั้งหมด อย่างนี้บวชแล้วได้เป็นเณร ครับ

ขอบคุณทุกความเห็น ครับ

เจริญธรรม ฯ

#29 By Dhammasarokikku on 2009-07-24 23:56

confused smile Hot! เข้าใจอะไรๆดีขึ้นเยอะเลยครับ

#28 By on 2009-07-24 20:36

ขอให้ทุกคน นับถือ ศานาตนเองให้ ดีและเคร่งครัด

ที่สำคัญกว่านั้น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยทางใดทางหนึ่ง
เป็นดี คับ confused smile

#27 By p.cobra on 2009-07-24 16:42

ไอ่สีแดงๆนั่น เจ๋งหลายข้อเลยทีเดียว 555+

#26 By หมูทอดซามะ on 2009-07-24 12:34

Hot! Hot!

#25 By kikuno on 2009-07-24 09:58

เห็นพวกอลัชชีแล้วหงุดหงิดชะมัด โดยเฉพาะไอ้ที่โผล่ในหน้าหนึ่งไทยรัฐ

ไอ้พวกที่มาทุบรถนายกอีก

#24 By Shuu Exteen on 2009-07-24 09:25

มากมาย

#23 By mp3 (117.47.180.50) on 2009-07-24 07:32

big smile

Hot! Hot! Hot!

#22 By ไทดี้ on 2009-07-24 07:10

ตอนผมบวชเป็นพระ อยู่สำนักสงฆ์ครับ ทั้งสำนักมีผมกับหลวงตาสองรูป เดินบิณฑบาตรไปกลับแต่ละทีสองชั่วโมงกว่า แถมทางลูกรังอีกต่างหาก

กลับมาสำนักฉันเช้าเสร็จคิดว่าจะพักสักหน่อยเพราะตื่นทำวัตรเช้าตั้งแต่ตีสาม

แต่เจ้ากรรม ชาวบ้านมานิมนต์ไปงานบวช เขาบอกว่า พระใหม่ ยังไม่ต้องอาบัตปราชิก ยังเป็นพระเต็มรูปแบบ ไปนั่งเผื่อๆ ไว้หน่อย เพราะไม่รู้ว่าพระแก่ๆ ที่ไปนั่งอยู่นั้น อาบัติปราชิกกันบ้างหรือยัง กลัวว่าลูกชายจะไม่ได้เป็นพระสมบูรณ์Hot!

#21 By ขุนกระบี่ on 2009-07-24 05:27

อยากให้คนอ่านเยอะๆ

#20 By ที่พักหัวหิน (124.120.3.64) on 2009-07-24 01:20

Hot!

99.....and will be continued....big smile

Sa-thu
ได้ทราบความจริงเยอะขึ้นมากเลยค่ะ Hot!

#18 By Daughter Of Sparda on 2009-07-23 22:26

๕๕. เพราะมรรคผลนิพพาน เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
TwT จริงอย่างที่สุดดดดดดด
==v พยายามสะสมอยู่ค่ะ
ขอสู้จนลมหายใจเหือกสุดท้าย
ถ้าไม่ได้ก็ขอให้มีพอที่จะไปเกิดยุคพระศรีอริยะ
พอใจแล้ว

"ความเป็นพระอริยะ ไม่เกี่ยวกับฤทธิ์แต่อย่างใด"
คนที่ไม่ศึกษาพระธรรมอย่างแท้จริงมักเต็มไปด้วยอวิชชา หารู้ไม่ทุกคนสามารถมีอภิญญาได้
== แต่ข้าพเจ้าไม่อยากเกิดเป็นพรหม
เดี๋ยวเจอไปชั้นพรหมลูกฟักซักสามพันปีนี่เศร้าเลย
sad smile

#17 By nijjii (114.128.19.224) on 2009-07-23 21:54

หนูว่าโลกล่มสลายไม่น่ากลัวเท่ากับศาสนาล่มสลาย



Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By Cotton on 2009-07-23 21:18

Hot! Hot!
มันได้แค่นี้แล
สาธุ big smile

#14 By นักรบ on 2009-07-23 21:11

หนังสือพิมพ์ที่ลงเรื่องพระดีๆเป็นประจำก้ต้องคมชัดลึกค่ะ โดยเฉพาะคอลัมภ์พระวันพระ ดีมากๆๆมีข้อเขียนของท่านว.ลงประจำ ล่าสุดก็มีท่านมิซุโอะด้วย

#13 By *~citrus~* on 2009-07-23 18:56

นมัสการพระคุณเจ้า

ได้ประโยชน์มาก ๆ เลยครับ

กระจ่างไปหลายข้อ

มีศาสนา ห ว ย ด้วยครับ อิอิ สถานที่แสวงธรรม อยู่ที่ สี่แยกคอกวัว กองสลาก

นมัสการลาครับ

big smile Hot! Hot! Hot!
ตาลาย...รู้ว่าตาลายยยยย

sad smile sad smile sad smile

สาธุ สาธุ สาธุ

question question question

#11 By iamraka on 2009-07-23 17:31

ชอบจังค่ะๆconfused smile

แอบแทงใจดำตรงเรื่องเข้าวัดนี่แลsad smile
ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าวัดจริง
ปีหนึ่งๆเข้าน้อยมาก
และศาสนาพุทธเลิศที่สุดในจักรวาล
question

Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By S.Sasi on 2009-07-23 16:27

เป็นเรื่องของปัจเจก....
ไม่ใช่ว่าเอาผ้าเหลืองห่มอะไรแล้วสิ่งนั้นจะพิเศษขึ้นมา...
ใช่ว่า คนสวดมนต์ไหว้พระจะมีปฏิปทาเหนือคนอื่น....




เข้าเรื่องกับเขาไหมนี่....



นมัสการ...
sad smile Hot!
ชอบตุล่ะหน่ายเหมือนกัน cry

#8 By Zeren on 2009-07-23 15:32

หลวงพี่อินเทรนด์เสมอ Hot!

#7 By Eddy on 2009-07-23 15:31

Hot! Hot! สาธุครับหลวงพี่ big smile

#6 By Krai W. on 2009-07-23 13:46

กระจ่างขึ้นอีกเยอะ

ป.ล.ผมห่างวัดมากกก... แต่ศีล 5 ก็พยายามถือมิได้ขาดครับ แค่คนทั่วไปกระแนะกระแหนว่าเป็นเด็กดี รู้สึกรำคาญหัวใจยังไงชอบกลsad smile

#5 By lockman on 2009-07-23 13:35

กระจ่างขึ้นอีกเยอะ

ป.ล.ผมห่างวัดมากกก... แต่ศีล 5 ก็พยายามถือมิได้ขาดครับ แค่คนทั่วไปกระแนะกระแหนว่าเป็นเด็กดี รู้สึกรำคาญหัวใจยังไงชอบกลsad smile

#4 By lockman on 2009-07-23 13:29

100. เลยเหรอหลวงพี่ sad smile
เด๋วมาอ่านนะครับ

#3 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-07-23 13:16

Hot! Hot! Hot! สุโค่ย
๖๒. ตูละหน่าย

confused smile Hot! ชอบข้อนี้จัง

sad smile บ้านเราคงนับถือศาสนาหวยเป็นศาสนาประจำชาติไปแล้วล่ะครับ

#1 By เสี่ยแนน on 2009-07-23 12:16

Dhammasarokikku View my profile