หายใจอย่างมีความสุข

posted on 27 Dec 2008 13:56 by akkarakitt in Experience

เป็นมา ๒ วันแล้ว ครับ ที่หายใจอย่างมีความสุข ความรู้สึกมันคล้าย ๆ เวลาเราเป็นหวัดหายใจไม่ออก อึดอัด จนต้องหายใจทางปาก แล้วมีบางจังหวะ จมูกมันโล่งขึ้นมายังไงยังงั้นเลย หายใจเข้ารู้สึกเย็น ๆ สดชื่น หายใจออก รู้สึกผ่อนคลาย หายใจเป็นแล้ว ไม่อยากทำอย่างอื่นนอกจากหายใจเลย ครับ

ปกติข้าพเจ้าเจริญอานาปานุสสติ หรือรู้ลมหายใจได้แย่มาก ครับ เนื่องจากตั้งแต่เริ่มปฏิบัติ ทำผิดมาแต่ต้น คือ ไปบังคับลม เสียจนเคยชิน ทำมาตั้งเกือบยี่สิบปี พอจะกลับลำ มาระลึกรู้เบา ๆ มันเลยทำได้ยากมาก เผลอปุ๊บมันก็คอยจะไปบังคับลม หลัง ๆ เลยตัดสินใจทิ้งลมหายใจไปเลย ครับ ไประลึกรู้อย่างอื่นแทน หนีไปเดินจงกรม กระนั้น ก็ยังกังวลเล็ก ๆ เพราะหลวงพ่อพระราชพรหมยาน สอนว่า ไม่ให้ทิ้งอานาปานุสสติ ทิ้งกองนี้กองเดียว กองอื่นก็พังหมด

มาเมื่อการออกเดินทางตามหาจิตวิญญาณ ใน Episode VI ได้มีโอกาสกลับไปปฏิบัติ เช่นในปีแรก ๆ ที่บวช คือ ฟังธรรมะไปเรื่อย ๆ ก็ฟังของหลวงพ่อปราโมทย์ ครับ รู้สึกเป็นสุขที่ได้ฟังธรรมะ และดูเหมือนจิตจะตื่นขึ้นเล็ก ๆ

พอได้ไปกราบท่าน เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ท่านยืนยันว่า "ใช้ได้แล้วนะ ๒ รูปที่มาด้วยกัน" ก็รู้สึกมีความมั่นใจในการปฏิบัติมากขึ้น จากนั้นก็ได้ไปคุยกับเจ้าอาวาสวัดถ้ำหมีนอน คุยธรรมะแล้วรู้สึกเป็นสุข ท่านยืนยันว่า อานาปานุสสติ สามารถทิ้งได้ โดยไประลึกรู้อย่างอื่นแทน เกิดธรรมปีติ ยิ้มอยู่คนเดียวตลอดทางกลับกรุงเทพฯ

ครั้นกลับมากรุงเทพฯได้ ๒ วัน ก็งานเข้า พิมพ์ปฏิทินแจกกันจ้าละหวั่น ทำงานอย่างเพลิดเพลิน ตื่นแต่ตีห้า กว่าจะได้นอนก็ตีสอง โดยไม่มีเว้นวรรคไปงีบแต่อย่างใด พอเข้าวันที่ ๓ ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ... ทำไมเราพักผ่อนน้อยลง แต่ไม่รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน ไม่เพลีย ไม่ล้าแต่อย่างใด เข้าวันที่ ๔ มันก็ยังทำงานอย่างเมามันอยู่ เอ๊ะ... มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ ปกติถ้าข้าพเจ้าอดนอนติด ๆ กัน แบบนี้สัก ๔-๕ วัน จะต้องป่วยอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่เจ็บคอ ก็ไอ ไม่เป็นหวัด อย่างน้อย ๆ ก็ต้องร้อนใน

พอวันที่ ๕ อาการเพลียเริ่มปรากฏ ตอนเช้าเริ่มไม่ตื่นเอง ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก ตื่นมาแล้ว ก็ไม่สดชื่นสดใสเช่นวันที่ผ่านมา ก็เริ่มเอะใจ เอ๊ะแล้ว ๔-๕ วันก่อนมันเกิดอะไรขึ้น คิดไปคิดมาสงสัยจะเป็นธรรมปีติ ครับ ปีติถ้าเกิดขึ้นแล้ว บางทีอยู่ได้หลาย ๆ วัน บางทีเกิดขึ้นแล้ว สามารถรักษาโรคได้ แต่ปีติ ก็เหมือนสตินั่นแหละ ใช่จะบังคับให้เกิดได้ และพอบทมันจะหายไป ก็ห้ามมันไม่ได้อีกนั่นแล เพราะมันไม่ใช่ตัวตน

อาการปีติเป็นอย่างไร ท่านลองนึกถึงตอนดีใจจนน้ำตาไหลนั่นแล ประเภทคนรักที่จากกันไปนาน กลับมาให้ของขวัญ ได้รับของขวัญจากลูก หรือได้รับของขวัญที่อยากได้มาก ๆ คนที่คิดว่า จะไม่ได้เจอกันอีก กลับได้มาเจอ ได้ดูหนังดี ๆ สักเรื่อง ฉากที่มันสะเทือนใจ ขนลุกไปทั้งตัว นั่นละครับ อาการของปีติ แต่นั่นเป็นปีติที่ต้องพึ่งปัจจัยภายนอก เกิดขึ้นแป๊บ ๆ แล้วก็หายไป

แต่ปีติจากกรรมฐาน หรือธรรมปีติ นี่ เกิดอยู่ได้เป็นวัน ๆ

พระบางรูปนั่งสมาธิอยู่ได้เป็นวัน ๆ เดือน ๆ ปี ๆ ก็อยู่ด้วยธรรมปีติ

พอธรรมปีติมันหายไป ก็รู้ว่า มันหายไป ไม่ได้เสียดมเสียดายอะไร ก็ยังคงเดินหน้าทำปฏิทินต่อไปอย่างเมามัน ช่วงเดินบิณฑบาต เมื่อวาน ก็ภาวนาของเราไปตามปกติ จู่ ๆ ใจมันก็เบาสบาย ขึ้นมา เอ๊ะ... เกิดอะไรขึ้น เลยลองรู้ลมหายใจดู ปรากฏว่า รู้ลมหายใจได้เบาสบาย อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีการบังคับลมแต่อย่างใด

หายใจเป็นแล้ว มันมีความสุขจริง ๆ ฟ่ะ

สมัยก่อนก็เคยได้ยินบ่อย ๆ ครับ ว่า นักปฏิบัติเขามีความสุขกับการหายใจ แต่ก็ไม่เข้าใจว่า มันสุขเข้าไปได้อย่างไร ปกติก็หายใจอยู่ ทุกวี่วันอยู่แล้ว ข้าพเจ้าขอยืนยัน ครับว่า หากหายใจอย่างมีสติแล้ว มันมีความสุขจริง ๆ เป็นความสุขที่อธิบายไม่ถูก

เมื่อวานนั่งทำปฏิทินจนถึงสี่ทุ่ม ครับ การทำปฏิทินมันมีหลายขั้นตอน ต้องพิมพ์ภาพ ตัดภาพ เคลือบพลาสติก เจาะรู เย็บหางปฏิทิน แต่ละขั้นตอนล้วนแต่ไม่ต้องใช้สมอง แค่เล็ง ๆ เอาให้ได้ระยะ แล้วก็ตูม ๆ ๆ ทุบมันเข้าไป หูมันว่าง ก็เลยเป็นเอ็มพีสาม หลวงพ่อปราโมทย์ไปด้วย ท่านว่า ฟังธรรมะของท่าน ไม่ต้องตั้งใจมาก ครับ ฟังแล้วอย่าคิด ฟังมันเล่น ๆ บทจะถึงสิ่งที่เราติดอยู่ จิตมันจะทำงานอัตโนมัติ ให้เราสนใจฟังขึ้นมา ทำตั้งแต่เช้าไปยันสี่ทุ่ม หลัง ๆ ทำไม่ไหว เพราะเจ็บสันมือ ที่กระแทกที่เย็บกระดาษ

คิดอยู่ว่า จะทำต่อไปให้ถึงเช้าเลยดีไหม เพราะจะแจกติด ๆ กันหลายที่ วันที่ ๒๘ เช้ามีบวงสรวงที่บ้านตลิ่งชัน ก็อยากเอาไปแจกสักร้อยชุด บ่ายไปหาหลวงตาพวง ก็อยากเอาไปแจกสักร้อยชุด แต่กว่าจะได้แต่ละร้อย ทำกันแทบมือหงิก

อยากทดสอบว่า เวลาที่เราล้ามาก ๆ สติเราจะยังคงดีอยู่ไหม

คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า มันเป็นอัตตกิลมถานุโยค ทรมานร่างกายให้ลำบากเกินไป หลวงพ่อบอกว่า แนวท่านนี้เป็น สุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา หรือหมายถึงปฏิบัติสบาย บรรลุเร็ว อย่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย ไปนอนดีก่า

ตื่นมา ก็ไม่แจ่มใสเท่าไหร่ ครับ เพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอาการเบื่อโลกเล็ก ๆ เซ็งโลกหน่อย ๆ ก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่า "จิตกำลังเศร้าหมอง" จิตเศร้าหมองก็หายไป แต่ก็ยังไม่สดใสเท่าที่ควร คิดสงสัยว่า ดูท่าธรรมปีติ จะหมดไปแล้ว ขณะนั้นเองครับ รู้ขึ้นมาว่า "จิตกำลังสงสัย" ผลั๊วะ... หลุดเลย ครับ

กลับมาหายใจอย่างมีความสุข เหมือนเมื่อวาน เลย

ปฏิบัติธรรม มีความสุขจริง ๆ ครับ ข้าพเจ้าขอเป็นพยาน

มาปฏิบัติธรรมกันดีกว่า ครับ

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

ปล. ลูกคนทีสอง คลอดแล้ว

 

 

ปล.๒ ลูกคนที่สาม คลอดตามมา

   

 

ลูกคนที่สาม เป็นไม้เด็ด สำหรับทริปชาวเขา เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ครับ คราวที่แล้ว ปาไปปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว เอาปฏิทินที่ไม่รู้จะแจกใคร(เพราะเขามีกันหมดแล้ว) ไปแจก ชาวเขายังแย่งกันแทบเป็นแทบตาย ครั้นจะเอารูปครูบาอาจารย์ที่กรุงเทพฯ หรือที่อุทัยธานีไปแจก เขาก็ไม่รู้จัก ครับ เลยไปขอรูปครูบาอินสมที่เขานับถือกันทั้งบาง มาสแกน แค่นึกภาพที่เขาดีใจเวลาได้รับ ก็เป็นปลื้มแล้ว ครับ และแม้ปฏิทินหมดปีไปแล้ว รูปที่ได้รับการเคลือบพลาสติกแล้ว จะสามารถคงทนอยู่ได้อีกนาน ครับ สามารถนำไปติดข้างฝาบ้่าน บูชาได้ อิ อิ ได้ประโยชน์ ๒ ต่อ

edit @ 29 Dec 2008 04:10:53 by Dhammasarokikku

Comment

Comment:

Tweet

ปล่อยชีวิตไปตามกรรม
อนุโมทนาครับ

#23 By ron (58.9.135.249) on 2009-01-01 14:02

ตอบความเห็นที่ ๑๑

งานบวงสรวงก็ คือ งานทำบุญบ้าน (สถานที่ปฏิบัติธรรม) นั่นแล เมื่อวานยุ่งทั้งวันไม่ได้แตะคอมฯ เลยไม่ได้ตอบ

เอาน่า... อย่างน้อย ๆ ก็ได้กราบแล้วแล ค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวก็ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ

มีข่าวร้ายจะบอก หลวงพี่สมปองจะมาบ้านตลิ่งชันอีกแค่ ๒ ครั้ง เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เป็นเดือนสุดท้่าย หลังจากนั้นต้องไปกราบท่านที่บ้่านสบายใจ ข้าง ๆ วัดท่าซุงซะแล้ว

ว้า... เสียดายจัง (สองเดือนนี้จะไปก็รีบไปเด้อ)

ตอบความเห็นที่ ๑๒-๑๔

สาธุ ครับ

ตอบความเห็นที่ ๑๕

ไม่ใช่ ครับ ความหมายตรงตัวเลย หายใจแล้วมีความสุขทุกลมหายใจเข้าออก เพราะจิตมันไม่เคยตื่นมาก่อน พอมารู้ตัวว่ากำลังหายใจ มันเลยเป็นสุข ครับ ปกติหายใจทิ้ง หายใจขว้างตลอด

ลองฝึกสติดู ครับ ไม่ยาก

แต่ความสุขทั้งหลายนี้ ก็ไม่เที่ยงนะ ครับ มีแล้วก็หาย (ตอนนี้หายไปแหล่ว sad smile อย่าไปคิดว่า มันจะสุขคงที่ไปตลอด คิดอย่างนั้นแล้ว จะเป็นทุกข์

ตอบความเห็นที่ ๑๖

นมัสการ ขอรับ

ท่านมหาฯลองฝึกดูก็ได้ ขอรับ ไม่ยาก เอาเอ็มพีสามหลวงพ่อปราโมทย์มาฟังไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องใส่ใจมาก ฟังเป็นแบ็คกราวด์เวลาทำงาน ก็ได้ขอรับ กระผมก็ไม่เคยคิดว่า จะได้สัมผัสความสุขแบบนี้ ง่าย ๆ อยู่ตรงหน้าอย่างนี้เหมือนกัน ขอรับ

นึกว่า ต้องออกไปเดินป่า ไม่มีกังวล จิตบริสุทธิ์ อะไรเทือกนั้นซะอีกopen-mounthed smile

ตอบความเห็นที่ ๑๗

ต้องลองปฏิบัติดู ครับ แล้วจะทราบว่า ความสุข มีอยู่ทุกหนแห่ง

ตอบความเห็นที่ ๑๘

อุ อุ อยากได้ต้องมารับที่กุฏิ อุ อุ
(มาช่วยทำสักร้อยสองร้อยแผ่น แล้วจะให้ อิ อิ double wink)


ตอบความเห็นที่ ๑๙-๒๐

สาธุ ครับ

ตอบความเห็นที่ ๒๑

ประมาณนั้นแล ไม่เคยคิดเหมือนกันว่า จะเป็นสุขขนาดนี้ จินตนาการเอาเองว่า การปฏิบัติธรรม ต้องโหด มัน ฮา ประเภทลุยป่าเข้าไปปะทะสิงห์สาราสัตว์ ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

ไม่นึกเลย จะง่าย และอยู่ตรงหน้าเราเสมอมา

ไม่ปฏิบัติ ก็ไม่มีวันได้สัมผัส ครับ มาเริ่มปฏิบัติกันวันนี้ดีกว่า

อาการแบบนั้น อาจจะเป็นปีติ โดยไม่รู้ตัวก็ได้ ใครจะไปรู้

เจริญยิ่งในธรรมคร๊าบ ทุกคน ฯ

confused smile

#22 By Dhammasarokikku on 2008-12-29 03:55

อนุโมทนาด้วยค่ะ big smile ลูกคนที่สามแจ่มจริงๆ ท่านยิ้มอย่างมีความสุขด้วย confused smile

ความปีติจากธรรมมันดีอย่างนั้นเลยเหรอคะ wink อย่างเราแค่ทำของขวัญให้คนอื่น บางทีนอนน้อย ลืมกินข้าว แต่ก็เป็นสุขจนไม่ง่วง ไม่เพลียได้เหมือนกันค่ะ big smile
สาธุครับท่าน ขอให้ท่านเจริญยิ่งขึ้นในธรรม

#20 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-12-28 23:43

Hot! เป็นบล๊อคที่ดีจริงๆค่ะ

ดิฉันภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ค่ะ sad smile

#19 By Caplet on 2008-12-28 19:45

กระผมเองฝึกอานาฯแบบบังคับ แถมเข้าสมาธิลึกจนติดความว่างไปเลย เกือบกู่ไม่กลับ พออาจารย์ท่านสอนให้กลับมาวิปัสสนา แทบแย่แน่ะ ติดสมถะยิ่งยวด

ถ้ายังไม่รู้จะแจกให้ใคร หลวงพี่แจกผมก็ได้นะครับ บ้านผมยังไม่มีปฏิทินปีใหม่ ยิ่งเป็นรูปพระยิ่งชอบเลยครับ

#18 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-12-28 19:22

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะหลวงพี่
ดีจังเลยค่ะที่หายใจอย่างมีความสุข
เป็นประโยคที่อ่านแล้วเข้าถึงหัวใจเลย

#17 By MamiLuv on 2008-12-28 15:34

อนุโมทนาอย่างยิ่ง กระผมมัวแต่เรียนออกจากตัว ไม่ได้เรียนเข้าในอย่างจริง ๆ จัง ๆ สักที
Hot!

#16 By mahaoath on 2008-12-28 14:45


จงมีความสุขซะ เมื่อยังมีโอกาสหายใจ

ใช่มั้ยคะ ...



ขอบคุณนะคะ

#15 By Initmate on 2008-12-28 10:40

จิตกำลังสงสัย...

ลูกคนแรกอยู่นี่ confused smile

#14 By ลูกคนโตเอง on 2008-12-28 09:46

....นิพพานัง
....ปรมัง
....สุญญัง
.
(ปล....ข้ามสุขไปได้....ก็คงถึงความว่างกันทุกคน)
'block cool!'big smile

#13 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-12-28 02:35

อนุโมทนาค่ะbig smile

#12 By S.Sasi on 2008-12-27 23:10

เอ๋~ พรุ่งนี้มีงานบวงสรวงอะไรเหรอคะหลวงพี่ *-* วันนี้กว่าจะฝ่ารถติดไป ท่านก็ทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว สอนกรรมฐานเสร็จแล้ว เจาได้แต่พาแม่และน้องไปกราบท่านเท่านั้นแหละ แล้วก็ทำบุญเล็กๆน้อยๆ

แอบสนใจเรื่องงานบวงสรวงพรุ่งนี้เช้า แอบคิดว่า จะตื่นแต่เช้าขับรถออกไปคนเดียวเลยดีมั๊ยนะ ถ้ามัวแต่รอน้องรอแม่ ท่าจะเหลว ^^;

#11 By Rinna ♥ on 2008-12-27 23:08

ตอบความเห็นที่ ๗

หลวงพ่อท่านไม่ได้ห้ามทำสมถะนะ เพียงแต่เมื่อใดทำสมถะ รู้ว่ากำลังทำสมถะ การทำสมถะ ถือเป็นการพักผ่อนจิต เหมือนให้จิตไปนอนพักนั้นแหละ

การทำสมถะ เป็นการเพิ่มกำลังของจิตด้วย แต่นักปฏิบัติส่วนใหญ่ไปทำสมถะแล้วติดอยู่กับสมถะ ไม่ขึ้นวิปัสสนาเสียที

คือถ้ามีวิสัยมาทางทำสมถะ ชอบแช่ ชอบนิ่ง ชอบแข็ง ๆ ชอบเพ่ง ทำแล้วสามารถทำฌานให้เกิดได้ อย่างนั้นก็ให้ไปเดินสมถะก่อน (ถึงตอนขึ้นวิปัสสนาก็ต้องมาถอนอาการติดสมถะอีกอยู่ดี)

แต่อย่างข้าพเจ้า รู้ตัวว่า ทำสมถะไม่ขึ้น รู้ตัวว่ามาแนวสุกขวิปัสสโก ถ้าจะไปพยายามทำฌานให้เกิด รู้สึกเหมือนกำลังวิ่งเข้าชนกำแพง ไร้ประโยชน์ ขณะที่วิปัสสนาของหลวงพ่อปราโมทย์ ใช้แค่ขณิกสมาธิ และรวบรัดที่สุด ก็เลยชอบใจ

ถ้ารู้สึกว่า ของหลวงพ่อปราโมทย์ยาก ก็ไปเจริญสมถะก่อนก็ได้ ครับ พอใจแล้วค่้อยมาเดินวิปัสสนา

คนเราไม่สามารถไปนิพพานได้ด้วยความสงบ จากสมถะ ครับ ต้องไปด้วยปัญญาจากการวิปัสสนา

สมถะเป็นบาทฐานของวิปัสสนา ฉะนั้น อะไรก็ทำไปเฮอะ สุดท้ายได้ใช้หมดแล้

ตอบความเห็นที่ ๘

เรื่องปฏิบัติ ยินดีให้คำปรึกษา เท่าที่ปัญญาน้อย ๆ จะมีความรู้ ไม่เห็นผิดอะไรตรงไหน ครับ

ตอบความเห็นที่ ๙

เลี่ยงไปดูอย่างอื่นเลย ก็ได้ ครับ กาย เวทนา จิต ธรรม ดูได้ทั้งนั้น พอสติเกิดแล้ว ย้อนกลับมารู้ลม จะง่ายดายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#10 By Dhammasarokikku on 2008-12-27 21:26

โมทนาครับ
อ่านว่าจะไปแจกปฏิทินชาวเขาแล้วเกิดปีติอะ น้ำตาจะเล็ด
Hot! Hot! Hot!

ตอนนี้ยังหายใจผิดอยู่ครับ ไปบังคับมัน รู้ว่าผิด แต่ก็ยังไม่รู้จะหายใจให้ถูกยังไง

#9 By นักรบ on 2008-12-27 20:40

อา...กลับมาอีกหนหนึ่ง

มันสงสัยน่ะค่ะ แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจที่ถามแบบนี้ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกหงุดหงิดก็ขออโหสิกรรมด้วยนะคะ เพราะเป็นคำถามที่สงสัย ไม่ต้องตอบก็ได้นะคะ อา..รู้สึกผิดจริงๆ

#8 By *~citrus~* on 2008-12-27 19:56

ขอบคุณค่ะ...

จะพยายามเข้าใจค่ะ แต่ยาก(เฮ่อ) ไม่รู้จะได้ไปกราบพระอาจารย์ปราโมทย์เมื่อไหร่ บ้านอยู่ไกลค่ะ อยู่เขตเสื้อแดงโน่นเหอๆ ที่นี่ท่านอาจารย์วิปัสสนาจะขึ้นด้วยสมถะก่อน อย่างกำหนดพุทโธ งั้นการกำหนดก็ถือเป็นความจงใจ งั้นเราจะใช้อะไรเป็นวิหารธรรมล่ะคะ

#7 By *~citrus~* on 2008-12-27 19:40

ตอบความเห็นที่ ๑-๓

สาธุ ครับ

ตอบความเห็นที่ ๔

ใช่แล้ว ครับ

ตอบความเห็นที่ ๕

ถ้าตามหลวงพ่อปราโมทย์ ถ้ายังมีคำว่า "พยายาม" ยังไม่ใช่ ให้รู้เท่าที่รู้ได้ ไม่รู้ก็ช่างมัน ทำเล่น ๆ แต่ทำไม่หยุด

อีตอนปฏิบัติธรรมนี่ ต้องรู้สึกเหมือนไม่ได้ปฏิบัตินะ ถ้าเริ่มตั้งท่า ผิดละ ท่านว่า ทำด้วยโลภเจตนา

ฟังซีดีท่านบ่อย ๆ เดี๋ยวก็เข้าใจไปเองแล

ถ้ามีโอกาสก็แวะไปกราบท่านสักทีสิ จัำกได้ชัด

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#6 By Dhammasarokikku on 2008-12-27 18:13

เรื่องหายใจ**
ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำถูกหรือทำผิด พอพยายามรู้เบาๆก็รู้สึกเหมือนมันไปบังคับ แต่พอหายใจอย่างรู้เฉยๆก็รู้สึกว่าจิตไปจ่อกับลมหายใจ ตอนนี้พอมันไปจ่อกับลมหายใจก็เลยพยายามแค่รู้ว่ามันไปจ่อ ประมาณนี้ได้รึเปล่าคะ

#5 By *~citrus~* on 2008-12-27 17:46

เข้าก็รู้ว่าเข้า...
ออกก็รู้ว่าออก...

อย่างนั้นใช่ไหมหลวงพี่....
big smile
อนุโมทนาคะ Hot! Hot! Hot! Hot! cry

#3 By Cotton on 2008-12-27 14:33

อนุโมทนาค่ะหลวงพี่big smile

#2 By iDoi* on 2008-12-27 14:27

สุขใดไหนเท่าสุขใจ จริงไหมค่ะ ขออนุโมทนาด้วยคนค่ะbig smile

#1 By Kaeyjung on 2008-12-27 14:13

Dhammasarokikku View my profile