นิทานรักชาติ ตอนที่ ๗

posted on 23 Oct 2008 13:42 by akkarakitt in Experience

แฮ่ม... มาพบกันในยามบ่าย น่าเอนหลังกันอีกแล้วนะหลาน ๆ วันนี้หลวงตาติดกิจนิมนต์ ไปแถวตลิ่งชัน เลยมาอัพบล็อกช้าไปหน่อย เขานิมนต์พระหลายสิบรูปเลย แต่ไม่รู้เขาได้บุญแค่ไหนนะ ออกเดินทางตั้งแต่ ๙ โมง ด้วยรถสองแถวหกล้อรับลม นั่งได้่แถวละ ๑๑ คน ๒ แถว ก็ได้ ๒๒ คน ถูกมะ นี่เขาจะให้อัดพระเณรเข้าไปทั้งหมด ๓๘ องค์ ลางไม่ดีมาแล้ว

หลวงตาไม่เคยเลือกงานหรอกนะ ใครนิมนต์ก็ไป จะได้มากได้น้อย ไม่เคยสนหรอก ถือว่า เป็นการสงเคราะห์ แต่แหม... ผับเผื่อยสิ ไปถึงบ้านงานก็สิบโมง และก็ให้นั่งอบร้อน ๆ อยู่ในห้องโถงใหญ่ อีกครึ่งชั่วโมง มีพัดลมเพดาน กับพัดลมตั้งโต๊ะพัดเอื่อย ๆ ให้อีก ๑ ตัว สำหรับพระเกือบ ๕๐ รูป เจริญพุทธมนต์เสร็จก็ ๑๑ โมง ได้ที่พอดี หลวงตาอบวุ้นเส้น สุกกินได้เลย หลวงตาว่า ถ้าทำงานใหญ่แล้ว มาทรมานพระแบบนี้ สู้จัดเล็ก ๆ ไม่ดีกว่ารึ สังฆทานนั่น จะรับสี่รูป หรือ รับสิบรูป ร้อยรูป ก็เป็นสังฆทานเหมือนกัน

เอ้า.... หลวงตาบ่นเป็นผึ้งกินหมีอีกแล้ว คนเขามีจิตเป็นกุศล ก็ไปบ่นเขาอีก ไม่เอา ๆ แก่แล้วขี้บ่นอย่างนี้ ใช้ไม่ได้ ต้องเป็นพระสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ใครจัดอย่างไร ก็ไปอย่างนั้น ห้ามบ่น มาว่าเรื่องของนิทานอิงประวัติศาสตร์กันต่อ เมื่อวานสามเณรน้อย อายุเจ็ดขวบ พระเอกของเรา ซี้แหง๋แก๋ไปแล้ว อ้าว แล้วจะเอาใครเป็นพระเอกแทนดีละทีนี้ อย่าลืมสิว่า ในศาสนาพุทธนั่น "จิต" หรือ "เรา" นั้น ไม่มีวันตาย มีแต่ธาตุแตก ขันธ์ดับ "จิต" เราไม่ได้ตายไปด้วย สามเณรน้อยตายจากความเป็นคนแล้ว เลยไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๑๑

พอไปเกิดเป็นพรหมได้ชั่วครู่เดียว ก็มีพรหมชั้นผู้ใหญ่ทรงความเป็นพระอนาคามีมีนามว่า “ผกาพรหม” เข้ามาหาแล้วเรียกชื่อว่า “สัพเกศีพรหม” เป็นพรหมมีนามว่าสัพเกศี

ท่านท้าวผกาพรหมบอกว่า ก่อนที่ท่านจะมาเป็นพรหม ท่านตั้งใจว่าจะให้คนไทยมีความสุข ท่านเป็นไทย เวลานี้ท่านจะมาเสวยความสุขอยู่เฉพาะผู้เดียว โดยไม่เหลียวแลคนไทย ที่อยู่ข้างหลังนั้น ไม่เป็นการสมควร เวลานี้ถ้าจะนับเวลา ตั้งแต่ท่านออกจากกายสามเณรมาเป็นพรหม ก็จะเป็นเวลาล่วงไปปีเศษ พระเจ้าพังคราชมีราชโอรสองค์แรกไปแล้วชื่อ ทุกภิกขะกุมาร เกิดในท่ามกลางความทุกข์มาได้ ๓ ปี แล้ว พระราชมารดาก็มีความสุข  สมควรที่ท่าน จะลงไปเกิดเป็นลูกชายพระเจ้าพังคราช แล้วช่วยกู้ชาติไทย ให้ปลอดภัยจากความเป็นทาส<---เวลาบนโลก กับเวลาบนสวรรค์ชั้นพรหม เดินช้าเร็วต่างกันราวฟ้ากับเหว บนโน้น ๓ ชั่วโมง บนโลกอาจจะ ๓ ปี เข้าไปแล้ว

หลังจากนั้น ท่านผกาพรหมก็ประกาศถามว่า พรหมองค์ใดบ้าง ที่นับถือพระพุทธศาสนา เคยเกิดเป็นคนไทยมาก่อน จะลงไปช่วยคนไทย ที่มีความเร่าร้อนให้มีความสุข ก็มีพรหมอีก ๒๕๐ องค์ บอกว่า จะไปเกิดพร้อม ๆ กันเป็นสหชาติ จะเคลื่อนคลาดจากการคลอดบ้าง ก็ก่อนหลังกัน ๓ วัน เป็นอันว่า สัพเกศีพรหมไปเสวยสุขวิหารบนพรหมชั้นที่ ๑๑ เพียงครู่เดียว เวลาในเมืองมนุษย์ก็ผ่านไป ๑ ปีเศษ เมื่อท่านผกาพรหมมาเตือนแบบนั้น และมีพรหมอีก ๒๕๐ ท่าน รับจะลงมาช่วยกัน และมีพรหมอีก ๓ ท่าน บอกว่า จะมาช่วยเกิดเป็นช้างคู่บารมี เมื่อตกลงกันแล้ว ต่างคนต่างอธิษฐาน “ขอจุติละจากอัตภาพการเป็นพรหมลงมาเกิดเป็นลูกคนไทย”

ในวันนั้น พระราชมารดา คือ พระมเหสีของพระเจ้าพังคราช ประทับนอนตอนใกล้รุ่งทรงนิมิต (ฝัน) ไปว่า มีช้างเผือกเนื้อใสเป็นแก้วมีกำลังมาก เข้ามาในเขตพระราชฐาน นอกจากนั้นก็มีช้างเผือกขนาดย่อมกว่าหน่อยอีกประมาณ ๒๕๐ เชือก เข้าบ้านโน้นบ้านนี้บ้าง ถือวิสาสะขึ้นไปบนบ้านเขา แต่ช้างเผือก ที่เป็นผู้นำมาใหญ่ และใสสะอาดมาก เป็นแก้วใสรัศมีกายสว่างเป็นพิเศษ มานั่งบนตักของพระองค์ ช้างตัวใหญ่ แต่ก็รู้สึกเบา พระองค์ก็ทรงประคับประคอง ช้างเชือกนั้นไว้ พระองค์มีความรัก คล้ายกับลูก แล้วก็ตื่นเช้ามืด ใกล้เวลาหุงอาหารพอดี จึงกราบทูลพระราชสวามีให้ทรงทราบว่า วันนี้ฝันประหลาด เวลาเช้าพระเจ้าพังคราช ก็เรียกพระยาโหราธิบดีเข้ามาเฝ้า เล่าความฝันของศรีภรรยาว่า ฝันแบบนี้จะเป็นยังไง พระยาโหราธิบดี ก็ลงเลขฉับ ๆ ๆ แล้วทำนายว่า เด็กคนนี้มาจากพรหม ต่อไปจะมีอำนาจมาก จะนำไทยทั้งชาติให้เป็นสุข จะมีปัญญาดี จะมีความสามารถ และมีสหชาติ ๒๕๐ คน คือ ช้างแก้วที่เข้าไปเกิดตามบ้าน ขอพระจอมภูบาล ได้โปรดให้การอารักขา เด็กในครรภ์ของพระมเหสี ให้การอภิบาลเด็ก ๆ ในครรภ์ให้มีความสุข ทั้งนี้ เพราะจะเป็นกำลังใหญ่ของชาติ จะหมดจากความเป็นทาสของขอมต่อไป

หลานคงจะสงสัยว่า พระยาโหราธิบดีของพระเจ้าพังคราช รู้ได้ยังไงว่า เด็กที่มาเกิดในครรภ์มเหสี มาจากพรหม  เลขตัวไหวมันบอกได้ เรื่องวิชาหมอดูนี่มีจริง และที่เก่งจริงมีอยู่ ในสมัยผู้เล่า(ตัวจริง)ยังหนุ่มอยู่ ผู้เล่าชอบเล่นวิชาหมอดู ซึ่งเขาเก็บสถิติมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ผู้เล่าเล่นตั้งแต่วิชาเลข ๗ ตัว วิชาผีกระด้ง ผีถ้วยแก้ว ผีเบี้ย ผีตะไกร และเล่นยาม ๓ ตา วิชาดูลายมือ เลข ๗ ตัว นี่ดู ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้น และ ๙ ชั้น และก็เล่นวิชากราฟ เวลาผู้เล่าจะดู ผู้เล่าจะเอาทุก ๆ วิชาเข้ามาประสานกัน พยากรณ์ด้วยวิธีนี้แล้ว ก็ดูด้วยวิธีนั้น มันจะตรงกันไหม ถ้ามันตรงกันทุกวิชา การพยากรณ์ไม่ผิด ว่าใครจะมาจากเทวดา ใครมาจากพรหม อันนี้ไม่ผิดหลานรัก

แต่ว่าพระยาโหราธิบดี ของพระเจ้าพังคราชนี้ ท่านเก่งจริง ๆ ความรู้ของโหนห้อยแขวนสมัยนี้ ที่ว่าเก่งจริง ๆ ยังไม่เท่า ๑ ใน ๑๐ ของโหรสมัยนั้น เพราะโหรสมัยนั้นดูทั้งเลข ดูทั้งใจ อย่าลืมว่า สมัยนั้นมีพระอรหันต์มาก คนเขาเป็นนักบุญ จึงได้มีความดี ความเยือกเย็น เป็นสุขกันมาก ในเมื่อจิตใจเขาเป็นนักบุญหลานรัก อะไรล่ะที่จะว่าไม่ดีน่ะมันไม่มี

ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทานเขาทำ ศีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีลเขาทำ ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการภาวนาเขาทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโหร จะต้องสนใจวิชาการต่าง ๆ ที่จะพึงทำได้ ถ้าจะให้ผู้เล่าเดานะ ผู้เล่าไม่เดาดีกว่า เพราะเวลานี้ ผู้เล่าได้อะไรน่ะไม่สำคัญ แต่หลานทุกคน ได้วิชชามโนมยิทธิ ซึ่งคลุมวิชชา ๘ ด้วย อย่าลืมนะว่าวิชชา ๘ อย่างนี่ สามารถเห็นผี เห็นเทวดา เห็นนรก เห็นสวรรค์ได้ รู้ว่าคน และสัตว์ที่มาเกิดที่นี่ เดิมทีเดียวมาจากไหน ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน สามารถระลึกชาติได้ สามารถรู้ความรู้สึกของจิตคนได้ สามารถรู้เรื่องราวในอดีต อนาคต ปัจจุบันได้ สามารถรู้กฎของกรรมได้ ความดี ความชั่วที่จะมีขึ้นมาได้นี่มีอะไรเป็นเหตุก็สามารถรู้ได้ หรือว่า ใครที่มานั่งอยู่นี่ จะคิดคดทรยศยังไงก็รู้ได้ เรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว กี่แสน อสงไขยกัป ก็สามารถรู้ได้

เป็นอันว่าพระยาโหราธิบดี ของพระเจ้าพังคราช นอกจากจะเป็นโหรเลยแล้วยังเป็นโหรตาทิพย์อีกด้วย ช่วยให้เกิดประโยชน์มาก เมื่อพระเจ้าพังคราชได้รับคำพยากรณ์จากโหรแล้ว ก็ดีใจ คนไทยซึ่งมีความทุกข์ทรมาน แล้วอาศัยเด็กปลอม คือ พระอินทร์ มาบอกวิธีทำทองคำให้ ก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ใครอยากทำทองคำบ้างล่ะ เวลานี้ไปหาแร่เพรียงไฟ กับสารปากนกแก้ว ที่แถวหลังสุโขทัยออกไป แถวบ้านนาสารนั่นแหละ จุดนั้นถ้าเราไปนั่งอยู่ที่น้ำตกที่มีเกาะน้อย ๆ แยกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างออกไปจากจุดนั้น ๒ กิโลเมตรเศษ จะมีแร่เพรียงไฟ และไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะมีสารปากนกแก้ว

ถ้าได้ ๒ อย่างนี้มาแล้ว การทำทองคำเป็นเรื่องธรรมดา ๆ นี่บอกไว้ให้ แต่อย่าให้ไปชี้นะ ชี้ไม่ได้ เพราะให้สัญญากับเขาไว้แล้วว่า “ขึ้นชื่อว่าทรัพย์ใต้ดิน ไม่ต้องการอยากได้ หนึ่ง และสองจะไม่เอาเล็บจิกพื้นที่นั้น สาม จะไม่บอกให้ใคร แต่ที่บอกไว้อย่างนี้ เพราะแร่เพรียงไฟ กับสารปากนกแก้วของเรามีเยอะ ถ้าเราไม่นั่งโง่กันเสียอย่างเดียว เราก็มีทองคำอุดมสมบูรณ์ นี่เป็นประการแรก

ประการที่ ๒ เรายังมีแหล่งทองคำ ที่ยังพอหาได้ใช้แรงงาน นี่นักธรณีวิทยา หรือนักหาของใต้ดินควรจะศึกษาและหาของอย่างนี้ คนไทยจะได้มีอาชีพ คือ อาชีพการร่อนทองคำ อย่างจังหวัดเพชรบูรณ์นี่ ยังมีอยู่ จังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลพบุรี นี่มีเยอะแยะทั่วประเทศไทย เป็นแหลมทองจริง ๆ ให้ร่อนด้วยแรงคนได้พอ ถ้าใช้โรงงานนี่ไม่ควร ทำไมจึงว่าไม่ควร เพราะลงทุนมากเกิน คนอาจจะต้องล่มจม ถ้าเราใช้แรงคน วันหนึ่งได้ ๑ สลึง อีก ๒ วัน ไม่ได้ก็พอกินแล้ว บางวันอาจจะได้บาท ๒ บาท ก็ได้ เวลานี้ทองคำบาทละเท่าไร ทำไมไม่คิดกันล่ะเรื่องนี้ ปล่อยให้ของดีสูญไปเปล่า ๆ

แต่ระวังนะ จะเสียท่านายทุน รัฐบาลอาจจะดี แต่ผู้รับสนองบางคน อาจจะไม่ดีเหมือนกัน ลืมตัวลืมตน ประเภทนี้อย่าลืมนะ ตาย ถ้าบังเอิญคนไทยสมัยโน้น มาเกิดสมัยนี้ละก็ตาย เก็บเงียบเหมือนเก็บขอมนั่นแหละ เวลานี้อาการเก็บเงียบแบบนี้ มันจะเกิดมีในประเทศแล้ว สำหรับคนขายชาติจะถูกเก็บเงียบ ลัทธินี้จะมีแล้วในอนาคตอันใกล้ ที่พูดนี่เป็นเดือนธันวาคม ๒๕๒๑ ไม่ใช่ผู้พูดต้องการให้มีนะ เหตุการณ์มันบังคับให้มีขึ้น วิธีเก็บนี่ถ้าพูดตามเสียงเขาว่า จะเก็บทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ เก็บให้หมด เพราะคนทรยศ ก็คือขอมดำมาเกิด จะเก็บมันไว้ทำไม หลานรักลองนึกภาพตามไปด้วยนะ ทางที่ดี ทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนั่งอยู่ตรงนั้นแหละ เวลาอ่านไปก็ดูภาพ

ต่อมาอีก ๗ เดือน แม่ตั้งท้องได้ ๗ เดือน ชาวบ้านก็มีท้อง ๗ เดือน เหมือนกัน พระเจ้าพังคราช ก็ให้การอารักขาท้องทั้งหมด เป็นอันดี เลยรวมท้องทั้งหมด จะเท่าไรก็ตามอารักขาหมด ไม่อย่างนั้น เขาหาว่าอคติ อารักขาเด็กในครรภ์ทั้งหมด ถือว่าเป็นสหชาติ ๒๕๐ นั่นส่วนหนึ่ง เลยไปว่านี้ก็ให้ด้วย และถือเป็นประเพณีว่า คนที่เกิดในสมัยนั้นถือว่า เป็นลูกของพระมหากษัตริย์ แล้วพระองค์ก็ประชุมมุขอำมาตย์ทั้งหลายว่า เราจะออกกฎแบบนี้ดีไหม มุขอำมาตย์บอก อ้อ ดีแน่ พระองค์ก็ตกลง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ใครจะต้องท้องที่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นลูกคนไทยแล้ว ถือว่าเป็นลูกพระมหากษัตริย์ทั้งหมด การบำรุงรักษาพระองค์จัดสิ่งของไปสงเคราะห์

พอ ๗ เดือน ผ่านไป ลูกในท้องเริ่มแล้ว พระมเหสีนอนตื่นเช้า ไม่ลุกจากที่นอนซะแล้ว ร้องไห้ เศร้าโศก เสียใจไม่รู้เรื่องอะไร พระเจ้าพังคราช พระราชบิดาก็ถามว่า เธอต้องการอะไรจ๊ะ บอกพี่ ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เกินวิสัยพี่จะหาได้ เธอก็บอกว่าอยากทรงเครื่องกษัตริย์ เอาแล้วซิ พระเจ้าพังคราช ก็บอกว่าสิ่งที่เธอต้องการน่ะ มี เพราะก่อนขอมเข้ามา พี่ได้สั่งให้เก็บของทั้งหมดนี้ ไปซุกซ่อนไว้ ตอนเช้าพระองค์จึงได้ให้คนไปเอาเครื่องกษัตริย์มาให้พระมเหสีแต่ง พระมเหสีสดชื่นไปหลายวัน

สักพัก เอาอีกแล้ว ร้องไห้อีก บอกว่า อยากมีอาวุธ นี่ แต่โหรทำนายไว้แล้ว กำลังใจของคนไทยจึงมุ่งอยู่ที่เด็กในครรภ์ พอบอกอยากมีอาวุธ คนก็ฮือฮา ๆ กันดีอกดีใจ คราวนี้ไทยจะเป็นไทเสียที จะได้ฆ่าขอมให้สมกับความเจ็บแค้น ทำให้คนขยันมากขึ้น เดิมเขาก็ขยันกันอยู่แล้ว ก็เพิ่มความขยันมากขึ้น เพราะมีกำลังใจ ตอนนี้อยากทำอาวุธของ้าวหอกซัด เครื่องอาวุธต่าง ๆ พระเจ้าพังคราชก็บอกคนมาช่วย (ไม่ได้เกณฑ์ บอกกันเขาก็มา) ทำอาวุธกันคึกคักกันใหญ่ โหรก็ทำนายว่า ลูกชายคนนี้จะมีอำนาจมาก จะขยายเขตประเทศออกไปอีกหลายเท่า ทุกทิศ
พอข่าวอนี้ออกมาเท่านั้นแหละ คนวางงานในมือวิ่งมากราบเด็กในท้อง เอ๋อ ต่างคนก็ฮึดฮัดๆ เก่งขึ้นมาทันที แม้แต่คนแก่ ก็ยังลุกขึ้นเอากะเขาด้วย ว่านี่คนไทยนะเว้ย ไอ้ขอมดำ หัวจะขาดหมด เจอหน้าขอมจะฆ่าให้เรียบ พระราชาท่านบอก ยังก่อน ๆ ลูกยังไม่เกิด ตอนนี้ก็ไปหาแร่เหล็กอย่างดี มาทำอาวุธกันใหญ่ แต่ไปทำในถ้ำ ที่เวลานี้กองพล ๙๓ ของจีนอยู่น่ะ นั่นแหละที่ทำอาวุธละ และที่หลังสุโขทัย ไปทางบ้านนาสาร บริเวณนั้นเป็นที่ฝึกอาวุธ ตอนนี้พระมเหสีดีใจมาก

ต่อมาไม่นานพระมเหสีก็ซูบซีดไปอีกแล้ว ท่านบอก อยากกินเลือดขอมติดอาวุธ เอาแล้วซิ พระเจ้าพังคราชเรียกพระโหราธิบดีเข้ามาทำนาย โหรบอก เด็กคนนี้เกิดมาแล้วเมื่อไร ขอมตายเรียบ ก็ไม่ยาก เรื่องพระมเหสีอยากกินเลือดขอมติดอาวุธ เจ้าขอมดำดินเกะกะเจ้าชู้มีมาก ขอมชอบเจ้าชู้ บางคนก็เกี้ยวดี บางคนก็ใช้อำนาจ บอกไปกับฉันเดี๋ยวนี้ ฉันต้องการเอาไปเป็นเมีย ถ้าไม่ไปตายหมด พ่อแม่พี่น้องในบ้านนี้ตายหมด แหมอำนาจเขาแน่

ดังนั้น ไอ้พวกเจ้าชู้มา ๑๐ ตาย ๑๐ มา ๒๐ ตาย ๒๐ เอาเลือดขอมมาละลายน้ำ ให้พระมเหสีกิน กินแล้วท่านสวยเปล่งปลั่งผ่องใส ดูแล้วคล้าย ๆ จะมีแสงสว่างออกน้อย ๆ พระเจ้าพังคราชเองก็แปลกใจว่า เมียเราตอนมีลูกชายคนแรกไม่สวยแบบนี้เลย นี่สวยมาก สดชื่น อิ่มเอมเปรมใจโอบอ้อมอารีจิตใจดี ต่อมาท่านแม่ก็อยากทรงช้าง ทรงม้า พระเจ้าพังคราชก็ทำหน้าที่นั่งบนหลังช้างอย่างดีให้

พระมเหสีนั่งออกเยี่ยมเยียนราษฎร ไปที่ไหน คนเขาเห็น เขาก็นึกถึงเด็กในครรภ์ ก็เข้ามาหมอบกราบ พวกท้องสหชาติ ๒๕๐ ก็ไปด้วย และท้องที่เกิน ๒๕๐ ก็ตามไปด้วย เป็นกองทัพคนท้องไปเยี่ยมราษฎร

พอถึงกำหนดทศมาส คือ ๑๐ เดือน เกิดคลอด การคลอดแปลก ก่อนหน้าคลอด ๑ วัน พระมเหสีมีความรู้สึกว่า อยากทำบุญ และต้องการเครื่องบายศรี และเครื่องของผู้หญิงอีกเยอะแยะ และต้องมีกระพังช้าง กูบช้าง เครื่องแต่งช้างทั้งหมด พระเจ้าพังคราช จึงจัดให้ทำกระพังทองคำไว้ ทำร่างแหทองคำ สำหรับคลุมหน้าช้าง ทำกูบทองคำ ทุกอย่างเป็นทองคำหมด เพราะเรามีทองคำมาก ชาวบ้านดีใจกันมาก เมื่อรู้ว่าเด็กจะคลอด เหมือนกับชาวนาคอยฝน คนคอยน้ำ ช่วยกันทำทุกอย่างเรียบร้อยสวยสดงดงาม

พอถึงเวลาคลอด วันนั้นเวลาเช้า พระมเหสีตื่นขึ้น ล้างหน้า ล้างตาแล้ว มีความรู้สึกอยากจะบูชาพระ เห็นพระชื่นใจเข้าไปนั่งเจริญพระกรรมฐาน จิตเป็นสุข พอถึงเวลา ๖ นาฬิกาเศษ ๆ มีความรู้สึกว่า อยากคลอดพระราชโอรส จึงกราบทูลให้พระราชสวามีทรงทราบว่า รู้สึกจะคลอด แต่ท้องยังไม่ปวด พระเจ้าพังคราช จึงสั่งคนไปตามหมอตำแย ปรากฏว่าหมอตำแย ยังไม่ทันมา ท่านแม่เข้าไปบูชาพระอยู่ การคลอดก็เกิดขึ้นในห้องพระนั่นเอง คลอดแบบประเภทท่านแม่ ไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ ทั้งสิ้น พระราชโอรสมีผิวพรรณตามหนังสือเขาบอกว่า สดใสงดงามหาที่ติไม่ได้ ตามคติของชาวโลก แต่ชาวธรรมนี้ ติได้แน่นอนเพราะขันธ์ ๕ มันเป็นของสกปรก

ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันนั่นเอง สหชาติ ๒๕๐ คนก็คลอดออกมา แต่ละคนก็มีผิวพรรณสวยสดงดงามคล้ายคลึงกันหมด คราวนี้เองประชาชนทราบว่า พระราชโอรสคลอดแล้ว การคลอดน่าอัศจรรย์ และทุกบ้านที่มีท้องใกล้ ๆ กันก็มีจริยาการคลอดเหมือน ๆ กัน เพราะมาจากพรหมเหมือนกัน ของขวัญต่าง ๆ เกิดขึ้น สำหรับลูกชายของพระเจ้าพังคราชได้ทองคำตั้งพันชั่ง เด็กสหชาติได้ทองคำคนละ ๑๐๐ ชั่ง ๒๐๐ ชั่ง ถ้าจะถามว่าเอามาจากไหนกันล่ะทองคำ ก็บอกแล้วว่า ร่อนก็ได้ ขุดก็ได้ เวลานี้ในประเทศไทยก็มีอยู่ ทำไมมานอนหลับคุดคู้ทับทองคำกันอยู่ อะไร ๆ ก็ต้องตั้งโรงงาน ต้องต่างประเทศ เอาเงินไปให้ต่างประเทศเขาทำไม ให้คนไทยนี่แหละ ใช้มือขุด ใช้มือร่อน ทองน่ะมีมาก ยิ่งขุดลึกลงไปก็ยิ่งมีมาก

สมมติว่า ๓ วันได้ ๑ สลึง แค่นี้คนไทยที่ยากจน ก็มีความอุดมสมบูรณ์แล้ว ขออย่างเดียวให้ความอารักขาคนขุด คนร่อน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง อย่าถืออภิสิทธิ์มากเกินไป จะนั่งกินนอนกินเงินอย่างเดียว ให้การอารักขาเขา ดีไม่ดีอย่างแร่ที่เขาศูนย์น่ะ กินกันไปกินกันมาตายหมด อย่างนี้มันต้อง ปู้ด ๆ ๆ ๆ เสียให้มันเสร็จสิ้นกันไป ไอ้ปู๊ด ๆ ๆ น่ะไม่ใช่ยิงหรอกนะ คือ เป่าคาถาให้ออกจากงานไปก็หมดเรื่อง

เป็นอันว่า เด็กชายออกมามีรูปร่างงดงามมาก ท่านจึงให้นามว่า “พรหมกุมาร” สำหรับเด็กสหชาติทั้งหลาย ก็มีชื่อลงท้ายว่า พรหมเหมือนกัน เช่น ศิริพรหม กาญจนาพรหม มโนพรหม ฯลฯ นับตั้งแต่พรหมกุมารอยู่ในครรภ์เริ่มต้น ความอุดมสมบูรณ์ก็ปรากฏแก่บรรดาประชาชนชาวไทย และพวกขอมดำ ก็ลดตัวในการข่มเหงคนไทยลง เพราะคนไทยเกิดความแข็งแกร่งในจิต

เอาละเหวย หลาน ๆ เอ๋ย เธอะโคลน สไตรค์แบ็ค เอ้ย... คนไทย จะสไตรค์แบ็คกันบ้างแล้ว นี่เห็นไหม คนไทยแท้ ที่เป็นคนดี ไม่ต้องกลัว หากคนดีอยู่ที่ไหนแล้วลำบาก พระอินทร์ท่านจะอยู่ไม่ได้ บัลลังก์สะเทือน เล่าไปก็หาว่าเป็นนิทาน สมัยพระมหาชนกว่ายน้ำอยู่นั่นก็ใช่ ถูกไหม ผู้มีปัญญา จึงจะแยกแยะออกได้ว่า อันไหนเป็นนิทาน อันไหนเป็นเรื่องจริง ในพระไตรปิฎก ก็มีหลายตอน ที่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อน หาทางช่วยผู้มีบุญญาธิการ ตอนที่พระพุทธเจ้า ถูกนางจิญจมานวิกา ใส่ร้ายว่า ท้องกับเธอนั่นไง นั่นก็มิใช่พระิอินทร์หรือ

ทุกวันนี้ ที่ดูเหมือนเรื่องเทพเทวา เป็นนิทานปรำปรา ก็เพราะศีลธรรมคนเรา มันเสื่อมลง พระอินทร์เลยนั่งสบาย ปล่อยให้เป็นไปตามกฏแห่งกรรม คนต่างศาสนาจึงคร่ำครวญว่า God is dead หรือ พระเจ้าตายแล้ว ความจริง พระอินทร์ไม่ได้หายไปไหน พระเจ้าก็ไม่ได้ตายหรอก ศีลธรรมของคนต่างหาก ที่ตาย อย่าไปโทษฟ้าดิน โทษพระเจ้า โทษเทพเทวา อยู่เลย โทษตัวเราเองนั่นแล

ดังนั้น ถ้าเราอยากพิสูจน์ว่า ที่พระไตรปิฎกเขียนไว้ จริงไหม เรื่องราวของประเทศไทย ที่ดูเหมือนนิทานนี่ จริงไหม เราก็มาทำความดีกัน ช่วยกันรักษาความดี ให้ทานเป็นปกติ รักษาศีล ๕ กันให้ครบ ชักชวนกันไปเจริญพระกรรมฐาน ทำตนให้เป็นผู้มีบุญญาธิการ เมื่อนั้นจะทราบเองว่า พระอินทร์มีจริงหรือไม่ พระเจ้ามีจริงหรือเปล่า ฟ้าดินมีผลต่อชีวิตของเราจริงตามที่เขาเชื่อ ๆ ตามกันมานาน หรือไม่ เมื่อเราทุกคน หรือส่วนใหญ่ของชาติ เป็นผู้มีศีล มีธรรมแล้ว ไม่นาน รุ่งอรุณฟ้าใหม่ของประเทศไทย ก็จักเรืองรอง ไม่ต่างจากทองอร่ามในสมัยพระเจ้าพังคราช ไม่แพ้ชาติใดใดในโลก ด้วยประการฉะนี้เอง ฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบ ตอน ๗

edit @ 30 Oct 2008 18:50:02 by Dhammasarokikku

Comment

Comment:

Tweet

ฉันชอบบทความนี้
ตอบความเห็นที่ ๗

แทบไม่ได้แปลงต้นฉบับเลยนะเนี่ยะ ท่านเล่าสนุกของท่านอยู่แล้ว

ตอบความเห็นที่ ๘

โทษของการไม่ติดตามนิทานของคนแก่ เป็นหลวงตาจะไปเข้าฟีลกับการเล่านิทานไง confused smile

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#9 By Dhammasarokikku on 2008-10-23 22:50

แวะมาอ่าน ไม่ได้มานาน ไหงหลวงพี่กลายเป็นหลวงตาไปล่ะ embarrassed

#8 By Detonator on 2008-10-23 22:44

ความจริง พระอินทร์ไม่ได้หายไปไหน พระเจ้าก็ไม่ได้ตายหรอก ศีลธรรมของคนต่างหาก ที่ตาย อย่าไปโทษฟ้าดิน โทษพระเจ้า โทษเทพเทวดา อยู่เลย โทษตัวเราเองนั่นแล

- จริงเป็นที่สุดค่ะ อ่านแล้วโดน big smile

ไม่ได้เข้ามาวันสองวัน ตามอ่านแทบไม่ทัน แต่เข้ามาอ่านแล้วก็แทบหยุดไม่ได้เลยค่ะ ต้องอ่านจนถึงเอ็นทรี่นี้ สนุกขึ้นเรื่อยๆ เลย

รออ่านต่อไปด้วยใจจดจ่อ
ส๊าธุ

รักประเทศสยามของเราัจังเลย
สาธุ ผู้มีบุญมาเกิดแล้วดีค่ะ

#5 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-23 16:44

ตอบความเห็นที่ ๓

คงเป็นกฏแห่งกรรมด้วย กระมัง คุณพี่ขอมเขามาทำคุณพี่ไทยก่อนนี่คะ กฏแห่งกรรมนี่ หนีกันไปไม่พ้น ยกเว้นจะอโหสิ เลิกแล้วต่อกัน

วัฏสงสารนี้มันถึงออกยากนักหนาไง เพราะมันเวียน ๆ วน ๆ อยู่อย่างนี้ มึงฆ่ากู กูฆ่ามึง วนอยู่ ๓ วน

วนกิเลส, วนกรรม, วนวิบาก(ผลของกรรม) แค่วนเดียวก็จะแย่แล้ว นี่มากันตั้ง ๓ วน

และอีกอย่างหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาค ได้เสด็จมาตรัสว่า พื้นที่แห่งนี้ จะสืบอายุพระศาสนาไปได้ถึง ๕,๐๐๐ ปี ใครจะรู้ ศาสนาพุทธที่อื่นในโลก อาจจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้น

ก็แล้วจักให้พวกขอมครองแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้หรือ? ในเรื่องก็กล่าวอยู่แล้วว่า ขอมเขานับถือศาสนาพุทธแต่ปาก พฤติกรรม ไม่ใช่คนพุทธเลย

ข้าพเจ้าถึงบอกอย่างไรเล่าว่า คนไทยนี่แหละ จักรักษาพระพุทธศาสนาไว้จนครบ ๕,๐๐๐ ปี ไม่ใช่ชาติอื่น ฉะนั้น เราจึงควรภูมิใจในความเป็นชาติไทย

และการรักษาพระศาสนาไว้ ต้องประกอบด้วย ๓ สถาบันหลัก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขาดสถาบันใดสถาบันหนึ่งไป การสืบทอดศาสนาให้ครบ ๕,๐๐๐ ปีนั้น เป็นไปไม่ได้เลย

สังเกตุดูพวกขอมดำกลับมาเกิด ก็มักจ้องจะทำร้าย สามสถาบันหลักนี้

การรักษาพระศาสนาไว้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เมื่อเมืองไทยเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติคราใด จะมีผู้มีบุญญาธิการมาเกิด กอบกู้สถานการณ์ ในอดีตก็มีพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสิน ฯลฯ

ถ้าเดาไม่ผิด ขณะนี้ผู้มีบุญก็ลงมาเกิดแล้ว

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#4 By Dhammasarokikku on 2008-10-23 16:18

หลวงพี่คะ ฆ่าขอมเอาเลือดมาละลายน้ำกินนี่ จะดีเหรอคะ = = แล้วสั่งสมอาวุธจะไปฆ่าฟันกับคนอื่นด้วยอะ = =

#3 By Rinna ♥ on 2008-10-23 15:46

เฮ่อ...
บุญญาธิการของประเทศชาติ
ขึ้นอยู่กับเราทุกคนเหมือนกันนะเนี่ย

แค่อ่านตอนของพระกุมารเนี่ย ก็รู้สึกฮึกเหิมตามไปด้วยแล้ว
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...

#2 By ซับบาธ... on 2008-10-23 15:23

อ่านมาหลายตอนแระ
ไม่เคยเม้นคนแรกซักที

#1 By groundfloor on 2008-10-23 15:10

Dhammasarokikku View my profile