เราควรไหว้พระสงฆ์ไหม?

posted on 05 Sep 2008 08:51 by akkarakitt in Dharma

พอดีไปโต๋เต๋ที่เอ็นทรี่หนึ่งในฮอตโพสต์ ได้พบข้อความเม้นท์มาอันหนึ่ง น่าสนใจดี เลยคลิ๊ก ขออนุญาตเอามาขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ (ขอขอบคุณ เจ้าของเม้นท์ จุดประกาย) เม้นท์ดังกล่าวหน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ


ผมเป็นพุทธที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา...
แต่ผมเชื่อเรื่องกรรม
เคยมีคนคิดแบบผมไหมว่า
ทำไมเราต้องไหว้พระสงฆ์
เพียงเพราะเขาถือศีลมากกว่าเราแค่นั้นนะหรือ

เฮ้อ..บ่นไำปเหมือนว่าเราเป็นพวกนอกรีตเลย

 

เห็นแล้วก็คันนิ้ว อยากเม้นท์ตอบเขาเหมือนกัน แต่คิดแล้ว มันคงยาวมาก และคงไปสร้างความรำคาญให้กับเจ้าของเอ็นทรี่ เลยเอามาเขียนในพื้นที่ส่วนตัวดีกว่า

ความจริง ตั้งแต่ข้าพเจ้าบวชมา ข้าพเจ้าไม่เคยชื่นชอบให้ใครมาไหว้เลยครับ เพราะข้าพเจ้าบวชเพื่อแสวงหาทางหลุดพ้น มิใช่บวชมาเพื่อให้คนมาสรรเสริญบูชา หรือกราบไหว้

ยิ่งพอได้ศึกษา พระพุทธศาสนา มากเข้า ก็ยิ่งรู้สึกสยองกับการถูกไหว้ เพราะพระนี่ตกนรก ก็ตอนเขากราบไหว้นี่แล ฉะนั้น ถ้ามีใครมากราบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกำหนดจิต นึกตั้งพระพุทธรูปไว้บนหัว แล้วคิดเสียว่า เขากราบพระพุทธรูปบนหัวข้าพเจ้า หรือไม่ก็กราบเครื่องแบบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนา

ไอ้พระนอกรีตอย่างข้าพเจ้า ยังไม่สมควรแก่การกราบไหว้

ประการแรก น่าชื่นชมกับเจ้าของเม้นท์ครับ ท่านมาถูกทางแล้ว ถ้าท่านมีโอกาสได้เรียนธรรมศึกษา จะพบคำสอนนี้ครับ สมบัติของอุบาสก อุบาสิกา มี ๕ ประการ ได้แก่

๑. เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา

๒. ถึงพร้อมด้วยศีล รักษาศีลสม่ำเสมอตามสถานะของตน

๓. เชื่อกฎแห่งกรรม ไม่ตื่นมงคล (ไม่ตื่นมงคล หมายความว่า ถ้าเกิดได้ยินว่า พระที่โน่นศักดิ์สิทธิ์ หมอดูที่นั่นแม่น ทำบุญตรงนี้ซี ได้บุญมหาศาล เราก็ไม่ฮือฮา ตื่นเต้นไปกับเขา)

๔. ไม่ขวนขวายแสวงหาบุญนอกเขตพระพุทธศาสนา (อันนี้ไม่ใช่ห้ามทำบุญนอกเขตพระพุทธศาสนานะ แต่ถ้ามีโอกาสให้ทำบุญในเขตพระพุทธศาสนาก่อน)

๕. หมั่นทำบุญในเขตพระพุทธศาสนา

ดังนั้นจึงน่าเชื่อว่า ท่านที่เขียนเม้นท์นี้ คงจะมีจริยวัตรที่งดงาม มีคุณสมบัติของอุบาสก ครบถ้วนทุกประการ โดยเฉพาะในข้อ ๒ ท่านคงไม่ฆ่าสัตว์ ท่านคงไม่โกงทรัพย์ชาวบ้่าน หรือเอาของใคร ท่านคงไม่ผิดลูกผิดเมียใคร ท่านคงพูดแต่ความจริง และที่สุด ท่านคงไม่พิศวาสของมึนเมา

ประการที่สอง เมื่อศีลท่านบริสุทธิ์ดีแล้ว ท่านคงมองต่อไปว่า พระบางรูป ยังรักษาศีลได้ ไม่เสมอท่านเลย ยังโกหกหลอกลวงชาวบ้าน ยังมีข่าวพระนอนกับสีกา พระเสพยาบ้า ท่านจึงไม่เห็นด้วย กับการไหว้พระสงฆ์ ซึ่งก็ถูกต้อง ข้าพเจ้าก็เห็นด้วยครับ ที่ไม่ควรไปไหว้พระเหล่านั้น เพราะจะยิ่งทำให้เขาเหล่านั้น ตกนรกลึกมากขึ้น นานมากขึ้น ยิ่งถ้าตัวท่านเอง บรรลุธรรมขั้นต้น เป็นพระโสดาบัน หรือ สูงสุดของฆราวาส เป็นพระอนาคามีแล้วไซร้ ไปไหว้พระเหล่านั้น โทษของเขายิ่งหนักเท่าทวี

แต่ถูกโดยส่วนเดียว

ส่วนอื่นยังมีอยู่อีก

เมื่อท่านคิดเห็นเช่นนั้น ท่านก็จัดการไปนำศีล ๒๒๗ ข้อของพระมาศึกษา อย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็พบว่า ไม่เห็นจะมีสาระอะไรเลย จึงสรุปว่า ทำไมเราต้องไหว้พระสงฆ์เพียงเพราะเขาถือศีลมากกว่าเราแค่นั้นนะหรือ เพราะคนที่จะมีความเห็นเช่นนี้ได้ ย่อมต้องเห็นว่า ศีลไม่มีความสำคัญ

ข้าพเจ้าอยากเรียนเจ้าของเม้นท์ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลว่า พระพุทธองค์เปรียบพระธรรมวินัย เปรียบเสมือน "รากแก้ว" ของพระศาสนาครับ

แม้ในตอนใกล้ปรินิพพาน พระอานนท์ร่ำไห้ทูลถามพระองค์ว่า เมื่อศาสดาล่วงไปแล้ว ข้าพเจ้าจะพึ่งใครได้

สมเด็จพระจอมไตรฯบรมศาสดา ตรัสตอบว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ พระธรรมและพระวินัยนั่นแล จะเป็นศาสดาของเธอต่อไป

ในความหมายนี้ ก็มีคนนำไปตีความว่า พระธรรมและพระวินัย เสมอด้วย พระศาสดา หรือ อีกนัยหนึ่ง พระพุทธ เท่ากับ พระธรรมและพระวินัย

ส่วนพระสงฆ์ ก็คือผู้ที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และสืบพระศาสนา จนมาถึงทุกวันนี้ ทั้งสามจึงจัดเป็น รัตนะ ๓ คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ

รัตนะ ก็คือ อัญมณีนั่นแล ในความหมายของ สิ่งซึ่งหาได้ยาก มีคุณค่ามาก

เอ้...พระธรรมวินัย หรือ ศีลของพระ ๒๒๗ ข้อ ควรค่าแก่การบูชาขึ้นมาบ้างหรือยังหนอ?

ประการที่สาม ที่ว่าส่วนอื่นยังมีอยู่อีก  ก็คือ พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ยังมีอยู่อีก และที่น่ากลัวที่สุด พระอริยสงฆ์ ก็ยังมีอยู่

ถ้าพระภิกษุสงฆ์เลวกันหมด เชื่อขนมกินได้เลยว่า พระศาสนาคงไม่อยู่มาถึงทุกวันนี้

การคิดแบบเหมารวมว่า พระสมัยนี้ไม่มีดีหรอก เช่นนั้น ก็ดูจะหยาบเกินไป มีโทษมากเกินไป เพราะนั่นคือการกล่าวหาภิกษุสงฆ์ทั้งคณะ ไล่ตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชฯ ลงมาจนถึงพระสมมุติสงฆ์ปุถุชนที่เพิ่งบวชวันนี้ รวมไปถึงภิกษุสงฆ์ในต่างประเทศด้วย

ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าคงไม่ไปห้ามไม่ให้ท่านคิดเช่นนั้น คนเราย่อมมีกรรมเป็นของตน แต่อยากเรียนขออนุญาตเืตือนสักนิดว่า การคิดเช่นนั้น เป็นโทษมหันต์

หรือแม้การคิดดูถูกพระรูปใดรูปหนึ่ง ที่มีจริยวัตรไม่เรียบร้อย ไม่สมกับที่ห่มผ้าเหลือง ก็คงไม่มีโทษอะไร ถ้าโชคดี มาคิด กับพระนอกคอกอย่างข้าพเจ้า แต่อาจโชคร้ายได้แจ็คพ็อตมะลิแจกโชคสองชั้น ซวย(รวยบาป)เป็นล้าน(เท่า)ได้ ถ้าซวยไปคิดกับพระอริยเจ้าเข้า เพราะจริยวัตรภายนอก มิได้บ่งบอกคุณธรรมภายใน

แก่นการปฏิบัติของพระศาสนาง่าย ๆ สั้น ๆ เพียงประโยคเดียวครับว่า "จงอย่าประมาท"

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วครับ เป็นปัจฉิมโอวาท ก่อนปรินิพพาน

ฉะนั้น ถ้าปวารณาตัวว่า เป็นคนพุทธแท้ พึงระลึกถึง "แก่น" การปฏิบัติของพระศาสนาไว้เนือง ๆ ด้วยครับ

ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลอย่างยิ่ง,

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

ปล. ครูบาอาจารย์ท่านแนะไว้ครับว่า ให้เติมคำว่า "อริย" เข้าไปด้วย เป็น พระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ เพราะพระสงฆ์ทั่วไปนั้น ไว้ใจไม่ได้ ถ้าเป็นพระอริยะแล้ว ไว้ใจได้ครับ

edit @ 8 Mar 2011 19:29:55 by Dhammasarokikku

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาเยี่ยมชมจ้า
เข้าใจแล้วครับ หลวงพ่อก็เตือนอย่างนี้เหมือนกัน คงเพราะงี้มั้งผมถึงสึก แหะๆ

#44 By Repentant on 2008-09-06 21:17

ขออนุญาต ซ่อนความเห็นที่ ๓๕ ครับ

เพราะเห็นว่า ไม่สร้างสรรค์

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#43 By Dhammasarokikku on 2008-09-06 17:57

ตอบความเห็นที่ ๔๑

ต้องไปถามคนชื่อ "เรา" แล้วแล

เพราะทั้งคำถาม และเงื่อนไข "เรา" เป็นคนกำหนดหมดเลย

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#42 By Dhammasarokikku on 2008-09-06 17:50

สมมุติบุญเป็นเงินบาท..
ทำบุญกับคนยาก ได้บุญ 1 บาท
ทำบุญกับคนดีได้บุญ 2 บาท
ทำบุญกับพระดีอริยสงฆ์(ซึ่งไม่มีป้ายแปะไว้ที่หน้าผาก แต่ดูได้จากพฤติกรรม)ได้บุญ 4 บาท
ทำบุญกับพระพุทธเจ้าได้บุญ 8 บาท
ทำบุญกับพระสงฆ์โดยไม่เลือกที่มักรักที่ชัง(สังฆทาน)ได้งบุญเป็นอนันต์

เราต้องเลือก, เราเลือกแล้ว, เราเลือกผิด หรือ เราไม่ควรเลือกเหมือนที่เราไม่ชอบให้ใครมาตัดสินตัวเราเพียงเพราะ "ชุด" ที่สวมอยู่?

Hot! นมัสการลา

#41 By on 2008-09-06 17:07

สาธุค่ะ ลูกบอกว่า blog นี้ มีพระที่เจ๋งมาก อ่าน แล้วให้แนวคิดดี จึงลองเปิดดู ประทับใจกับข้อความนี้มากค่ะ
( ถ้ามีใครมากราบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกำหนดจิต นึกตั้งพระพุทธรูปไว้บนหัว แล้วคิดเสียว่า เขากราบพระพุทธรูปบนหัวข้าพเจ้า หรือไม่ก็กราบเครื่องแบบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนา )
( ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าคงไม่ไปห้ามไม่ให้ท่านคิดเช่นนั้น คนเราย่อมมีกรรมเป็นของตน แต่อยากเรียนขออนุญาตเืตือนสักนิดว่า การคิดเช่นนั้น เป็นโทษมหันต์ เพราะจริยวัตรภายนอก มิได้บ่งบอกคุณธรรมภายใน ถ้าไปคิดกับพระอริยเจ้าเข้าก็ซวยอย่างมหันต์ )
เห็นด้วยเจ้าค่า

#40 By บ้านสอนสี on 2008-09-06 16:20

ข้าพเจ้าไหว้เพราะพระคุณเจ้าเป็นผู้นำความรู้ นำปัญญา
และธรรมของพระพุทธองค์มาปรับเป็นคำพูดง่ายๆ
ให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาจริงจังอย่างข้าพเจ้า
ได้มีสติระลึกถึงความดีค่ะ แม้ว่าจะอยู่ในโลกไซเบอร์
เช่นนี้ก็ตาม

หากการไหว้เป็นเหตุทำให้เกิด ถือยศศักดิ์ โมหะ
กลายเป็นมาร คงเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าเสียใจ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

ปล.ด้วยด้อยปัญญาไม่สามารถใช้ภาษาที่ถูกต้อง
แต่ก็ไม่กล้าใช้ภาษาแบบสามัญทั่วไป กราบขออภัย

#39 By Lily Pixel on 2008-09-06 13:00

ตอบความเห็นที่ ๒๖

รอสักครู่นะครับ คำถามนี้ให้ผู้ทรงคุณวุฒิตอบดีกว่า

ให้ข้าพเจ้าตอบ เดี๋ยวจะออกทะเล (ช่วงนี้ยิ่งเสี่ยง storm surge อยู่ เดี๋ยวหาศพไม่เจอ)

อ่านคำถามแล้ว อืมส์...ต้องคิดเยอะทีเดียว

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#38 By Dhammasarokikku on 2008-09-06 11:16

อืม...เห็นด้วยค่ะ...ไม่เหมารวมทั้งหมดนะคะ...
เห็นด้วยกะคุณชายน้อยที่บอกว่า..บุคคลใดย่ิอมมีทั้งคนดีและคนไม่ีดี และในคนไม่ดีนั้น ก็ไม่ดีเป็นบางเรื่อง ไม่ได้ชั่วไปซะทุกเรื่อง....

ยังมีพระดีๆอีกเยอะ และก็จะยังคงทะนุบำรุงศาสนาต่อไปค่ะ

#37 By (^_^ ) (^_^) on 2008-09-06 07:37

เอ๋ไม่รุ้นะ เนี่ยแต่ความจริง
ผมไม่เชื่อเรื่องโลกหน้า เรื่องวิญญาณ นรก สวรรค์
เอ๋ เห็นแบบนี้คงถามว่า เอ็งจะนับถือพุทธทำไมวะ sad smile
แล้ว ศาสนา แต่ละคน เลือกเองหรือป่าวครับ สำหรบผม ๆ ไม่ได้เลือกเองกว่าจะรู้ตัวก็เป็นชาวพุทธตามพ่อแม่ แต่ไม่ได้นับถือเรื่องพวกนี้เลย หรืออาจจะเรียกได้ว่าไม่ได้นับถืออะไร ที่ควร เลย question แต่ก็นิสัยแต่เด็กเดินเจอก็ไหว้ ไว้ก่อน มันเป็นนิสัยไปแล้ว เรื่องนับถือศาสนา ก็คงปล่อยไว้แบบนี้ ถ้าจะให้เชื่อจริง ๆ ก็คงต้องเจอกับ วิญญาณ หรือ อะไรพวกนี้ แหละ sad smile

#36 By minnicon on 2008-09-06 03:10

ไหว้แหละดี

ไหว้พระสงฆ์ เพราะเป็นเนื้อนาบุญใหญ่ของโลก
ตามคำแปลในบทสวดแหละค่ะ

พระภิกษุท่านประพฤติดี ปฏิบัติดี สืบทอดพระพุทธศาสนา ละทางโลก ศึกษาและเผยแผ่ธรรม

ไหว้พระสงฆ์ที่กิจของสงฆ์

ไม่ได้ไหว้เพราะผ้าเหลือง
ของคนคนนึงที่ไม่รู้ว่าปฏิบัติดีหรือไม่

#34 By PoY on 2008-09-05 23:33

แล้ว..เราควรไหว้นายกไหมครับ เพียงเพราะเราถือศิล

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..sad smile
ชอบที่อธิบายว่าทำไมเราต้องไหว้พระสงฆ์ครับ
คนที่คิดแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆแฮะ

#32 By cg on 2008-09-05 22:58

ขอบคุณคะ อ่านแล้วเหมือนได้ฟังธรรม
หนูก็อยากจะก้มหรือไหว้พระที่เดินสวนทางมา แต่เห็นพระหลายรูปไปซื้อของที่สะพานเหล็กหนูรู้สึกหมดศรัทธาเลยอ่ะ sad smile

#31 By Cotton on 2008-09-05 21:51

เรียนท่าน Dhammasaro

ถ้าไม่ห่วงว่าจะเป็นเรื่องยาว ๆ หนัก ๆ เครียด ๆ ละก็ กระผมยินดีไขข้อสงสัยในความเห็นที่ ๒๖ ให้

แต่คงต้องขอติดไว้วันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนะขอรับ ช่วงนี้ยุ่งอยู่นิด ๆ ไว้ติดตามในสายลมฯ ก็แล้วกัน
big smile

เจริญยิ่งในพรหมจรรย์ครับ

#30 By mahaoath on 2008-09-05 20:53

อ่านแล้วรู้สึกตาสว่างในหลายๆเรื่องเลยค่ะbig smile

#29 By คาโอเรนจ้า on 2008-09-05 20:49

หนูไอเห็นด้วยกับที่ท่านยกตัวอย่างข้างต้นค่ะ ('/|\')

#28 By Airin on 2008-09-05 20:45

พระดีๆ เจริญในศีลในธรรมนับวันจะหาได้ยาก

ประพฤติงามอยู่ดีๆ มีคนมากราบมาไหว้ ยกย่องนับถือก็ตบะแตกในกิเลสตัณหา

ช่างน่าเศร้า

#27 By iDoi* on 2008-09-05 18:37

อยากให้หลวงพี่ขยายความคำว่า บุญนอกเขตพระศาสนาครับ ขึ้นอีก entry ไปเลยก็ได้

เช่น สมาคมของศาสนาอื่น มาขอบริจาค นำเงินไปช่วยโรงเรียนในเขตทุรกันดาร อย่างนี้ถือเป็นบุญนอกเขตพระศาสนาไหม ผมเข้าใจว่าอยู่ในเขตพระศาสนา เพราะอามิสทาน เป็นทานที่พระพุทธเจ้ารับรอง

แต่กลับกัน ทำบุญให้พระ หวังหวยมากกว่าที่น่าจะนอกเขตพระศาสนา เพราะพระพุทธเจ้า ก็ไม่ได้สนับสนุน เดียรฉานวิชา

หรือการฆ่าสัตว์สังเวย ตามบางความเชื่อ ถึงจะถือเป็นบุญนอกศาสนา เพราะ ผิดศีลปาณาติบาต จะเป็นบุญไปไมได้

#26 By house on 2008-09-05 18:01

รุคิดว่า ไหว้ผู้ที่สมควรไหว้ เคารพผู้ที่สมควรเคารพค่ะ open-mounthed smile

#25 By hikaru on 2008-09-05 17:40

ตอบความเห็นที่ ๒๑

เวลาทำความดีที่เราไม่เคยทำ มันก็เขินอย่างนี้แหละ

ข้าพเจ้าเคยไปกราบเท้าแม่ ในวันแม่

โหย...ตอนทำครั้งแรก เขินแทบตาย

แต่พอผ่านครั้งแรกไปแล้ว ก็เฉย ๆ แล้ว ทำได้อย่างกล้าหาญด้วย

วันหนึ่ง ก็มาเห็นพี่ชาย กำลังจะทำอย่างที่ข้าพเจ้าเคยทำบ้าง เขินเหมือนข้าพเจ้าเลย

จึงสรุปว่า คนเรามีก็เขินแค่ครั้งแรกเท่านั้นละ

บางทีเวลาทำดี ก็ต้องให้กำลังใจตัวเองนะ

บางทีไปทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น ทำเสียอ้อม ๆ แอ้ม ๆ อยู่ในลำคอ

มาวันหนึ่ง ถูกคนพูดให้ได้คิดว่า ทีเวลาไปร้องคาราโอเกะ ทำไมแหกปากได้ลั่น จนน่ารำคาญ

หรือเวลาไปกินเหล้า เมาเป็นหมา ทำไมไม่อาย

พอคิดได้แล้วเลยกลับมา แหกปากทำวัตรมั่ง

เกิดเสียงเบากว่าคนอื่น น้อยใจแย่เลย

เพราะตอนร้องคาราโอเกะ ไม่มีใครแหกปากได้ทุเรศเท่าข้าพเจ้าอีกแล้วcrycrycry...เอิ๊ก

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#24 By Dhammasarokikku on 2008-09-05 17:24

เห็นด้วยครับท่าน /|\

#22 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-09-05 16:46

บางทีเวลาเดินสวนกับพระสงฆ์ที่ริมถนน
ใจก็อยากจะไหว้ แต่เขินๆยังไงบอกไม่ถูกได้แต่หยุดเดินและก้มศรีษะ
ให้พระท่านเดินผ่านไปก่อนangry smile
ตอบความเห็นที่ ๑๒

ข้าพเจ้าก็เขียนไว้ชัดเจนแล้วนะครับว่า ข้าพเจ้าเคารพความเห็นส่วนบุคคล ท่านจะไหว้ หรือไม่ไหว้ ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน

ข้าพเจ้าแค่ชี้ว่า ไม่สมควรเหมารวมเท่านั้นเอง

และพยายามชี้ให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงเตือนอะไรเป็นคำสุดท้าย อะไรคือบทสรุปสุดยอดของพระธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

คำว่า "ไม่ประมาท" นี่ลึกซึ้งมากทีเดียวนะครับ ใช้ได้ตั้งแต่โลกีย์ไปยังโลกุตตระ เข้านิพพานไปเลย ก็เพราะ"ไม่ประมาท" ตัวเดียว

ดังพุทธพจน์ว่า

อัปปมาโท อมตัง ปทัง

ความไม่ประมาท เป็นหนทางแห่งความเป็นอมตะ

อมตะ ก็คือ ไม่ตาย ที่ที่ไม่มีการตายก็คือ พระนิพพาน

ใครจะแปลไปอย่างอื่น ข้าพเจ้าไม่ทราบ แต่ข้าพเจ้าแปลแล้วได้ความอย่างนี้่

ฉะนั้น จึงไม่ควรประมาท ครับ

เท่าที่เล่ามา ท่านก็จิตเป็นกุศลดีแล้วครับ

ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติของพระพุทธเจ้า แสดงไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์ คือ

๑. เว้นจากทุจริต หรือ เว้นบาปทั้งปวง
๒. ประกอบสุจริต หรือ ทำกุศลทั้งปวง
๓. ทำใจให้หมดจากเครื่องเศร้าหมอง หรือ รักษาใจให้ผ่องแผ้ว

เห็นได้ชัดว่า ท่านเดินมาถึง ขั้น ๒ แล้ว ขั้นต่อไปคือ ละกิเลส ครับ

กิเลส คือ เครื่องเศร้าหมอง ตอนนี้ สิ่งที่ทำให้ท่านเศร้าหมอง คือ กิเลสโทสะ ครับ

การเพ่งโทษคนอื่น แล้วเอามาถามนี่ เป็นเพราะท่านไม่ให้อภัยเขา ถูกไหมครับ

ที่ท่านไม่ให้อภัยเขา เพราะท่านคิดว่า ตัวเองดี ถูกไหมครับ

ที่ท่านคิดว่า ท่านมีิสิทธิ์ตำหนิคนอื่น เพราะท่านคิดว่า ตนดีไร้ที่ติ ถูกไหมครับ

เมื่อท่านคิดว่า ตนดีไร้ที่ติ ท่านจึงคิดว่า ไม่มีใครดีเท่าตัว คนอื่นเลวกว่าท่านทั้งนั้น สิ่งนี้ในศาสนาพุทธเขาเรียกว่า ตัวตน หรือ อัตตา หรือ สักกายทิฏฐิ ครับ

ถ้าท่านทำลายตัวนี้ได้ตัวเดียวให้ละเอียดจริง ๆ จบกิจ เป็นพระอรหันต์เลยครับ ถ้าไม่หมด เอาแค่เบาบาง ท่านก็จะมีความสุขมากมายแล้วครับ

เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้าพล่ามมาทั้งหมด ถ้าคนที่มีตัวตนน้อย ถือตัวน้อย เขาจะไม่โกรธเลยสักติ๊ดเดียวครับ เพราะเขาจะไม่ แม้กระทั่งรู้สึกว่า นี่เป็นการกระทบตัวตนของเขาครับ

แต่ถ้าเขามีตัวตนที่เหนียวแน่น คิดว่า เขาดีแล้ว มาว่าตัวตนของเขาได้อย่างไร โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นั่นไง กิเลสโทสะ ล่อเขาเข้าให้แล้ว

ตรงข้าม ถ้าท่านคิดว่า ท่านยังมีที่ติ ท่านก็สมควรมองที่ความชั่วของตัวเอง แล้วทำลายมันให้สิ้นไปครับ อย่าไปมัวมองความชั่วของคนอื่น

โบราณเขาว่า คนเราชอบมองเห็นไม้จิ้มฟันในตาคนอื่น แต่ไม่เห็นท่อนซุงในตาตัวเองครับ

และพุทธพจน์ก็มีว่า

อัตตนา โจทยัตตานัง
จงโจทก์โทษความผิดอารมณ์ใจของตัวเองไว้เสมอครับ

เมื่อไหร่ที่ท่านคิดว่า ตนดี ท่านก็เลวที่สุด

และที่เขียนมาทั้งหมดนี่ ก็เป็นการประจานความเลวของข้าพเจ้านะ อย่าคิดว่า ข้าพเจ้าดีแล้วถึงเขียน

ถ้าคนดี เขาไม่มานั่งฟูมฟาย อะไรอย่างนี้หรอก
เขาจะไม่สนใจท่านเลย ท่านอยากทำอะไรก็เรื่องของท่าน เขาเตือนแล้ว ท่านไม่ฟัง ก็ปล่อยท่านไป

เขาถือว่า คนเรามีกรรม เป็นของของตัว

พระรูปหนึ่งให้หลักการดูพระไว้น่าสนใจว่า

ของจริงนิ่งเป็นใบ้
ของพูดได้ไม่จริง


ข้าพเจ้าประทับใจมาก ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่เราอ้าปาก หรือพิมพ์คอมเม้นท์ ตัวตน ของเรา จะโผล่ออกมาทันที

เช่นตอนนี้ ที่ข้าพเจ้ากำลังพิมพ์อยู่นี้ ข้าพเจ้าย่อมมีความรู้สึกว่า ข้าพเจ้ารู้จัก สักกายทิฏฐิ หรือ ตัวตน หรือ อัตตา เป็นอย่างดี แต่ท่านไม่รู้ ข้าพเจ้าจึงฟูมฟายออกมา ถูกไหมครับ

นั่นก็เป็นความเลวแล้วครับ

เมื่อไหร่ ที่ข้าพเจ้านิ่ง ท่านอยากเป็นอะไร ก็เรื่องของท่าน ข้าพเจ้ารู้ตัวดีว่า ยังไม่ดีพอ จะสั่งสอนใคร นั่นแหละครับ จึงถือว่า ดี

จึงไม่แปลกที่พวกหลวงปู่หลวงตา ที่เป็นพระอรหันต์ กระทั่งคนใส่บาตรข้างวัด ยังไม่ทราบเลยว่า ท่านเป็นพระอรหันต์

จนท่านมรณภาพไปแล้ว เผาแล้วอัฏฐิเป็นพระธาตุนั่นแหละ ถึงได้ทราบกัน

เพราะนี่ไงครับ ของจริงนิ่งเป็นใบ้

ไอ้ตัวฟูมฟาย นั่งพิมพ์อยู่นี่ ไม่จริง


เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#20 By Dhammasarokikku on 2008-09-05 16:10

ขอบคุณหลวงพี่มากครับHot!

#19 By Eddy on 2008-09-05 16:01

ได้ความกระจ่างดีครับ confused smile

#18 By hollow on 2008-09-05 15:53

สาธุครับ ให้ความเห็นไม่เก่ง
แต่ก็ขออนุญาตเข้ามาอ่านเนื้อความนะครับผม big smile

#17 By Buffo on 2008-09-05 15:39

เยี่ยมเลยครับหลวงพี่

#16 By นายฉิม on 2008-09-05 15:37

อืมม....
เราคิดว่า อาจจะอยู่ที่แว๊บแรกขณะเห็นค่ะ ว่าใจเราคิดยังไง คิดถึงอะไร

สมมติวันนี้เราเห็นพระเดินมารูปนึง เราเอาอคติของเรานำหน้า หรือเราเอาศรัทธาของเรานำหน้า ถ้าอคตินำหน้า บางทีเราอาจจะระแวงไว้ก่อน ไหว้ดีมั๊ยหว่า แต่ถ้าบางคนเอาศรัทธานำหน้า ก็อาจจะคิดว่า ไหว้ท่านในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของการปฏิบัติ เป็นหนึ่งในไตรรัตนะ หรืออย่างที่ความเห็นที่ 9 ว่าอะค่ะ ไหว้พระพุทธรูป หรือพระพุทธเจ้าที่อยู่เหนือท่าน

พระรูปไหนประพฤติดีประพฤติไม่ดี เราไม่อาจจะไปตัดสินได้ด้วยวินาทีที่เรามองเห็นหรอกค่ะ เราคิดว่าการไหว้น่าจะอยู่ที่ใจของเรามากกว่า

#15 By Rinna ♥ on 2008-09-05 15:27

โดยปกติถ้าเจอพระสงฆ์จะยกมือไหว้ค่ะ
แต่การไหว้ขึ้นกับเราเจอพระในกิริยาที่เหมาะสมหรือไม่ อย่างเจอที่พันธุ์ทิิพย์ คลองถมยามดึก รึที่ร้านขายปลาที่สนามหลวง 2 แล้วบอกว่าตายเดี๋ยวก็ไปมาซื้อใหม่ได้(เพิ่งเจอสดๆร้อนๆ)เจอแบบนี้ไม่ยกมือไหว้ค่ะsad smile sad smile

#14 By (^_^)/nana on 2008-09-05 15:18

พระที่ทำชั่วมีอยู่น้อย แต่ส่วนมากข่าวจะนำไปตีแผ่
แต่พระดีก็มีเยอะมาก แต่ส่วนน้อยที่จะนำไปถูกตีแผ่เป็นข่าว

เหมือนกับที่คนกลัวเครื่องบิน เพราะได้เห็นข่าวเครื่องบินตกกันโครมๆ ... แต่หารู้ไม่ว่า อุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นแต่ละวันมากกว่าอุบัติเหตุเครื่องบินตกเป็นร้อยเป็นพันเท่า

อย่าตกอยู่ในความกลัวที่ผู้สื่อข่าวพยายามสร้างขึ้นครับ

#13 By CHAN on 2008-09-05 15:07

นั่นเป็นคอมเมนต์ของผมเองแหละconfused smile

ทุกวันผมรักษาศีล5 เป็นปกติ เหล้าไม่ทาน บุหรี่ไม่สูบ พระบางรูปยังทำไม่ได้แบบผมเลย(อันนี้จริงแน่นอน) ส่งเงินเด็กกำพร้าที่ผมอุปการะที่บ้านราชวิถีทุกเดือน ใครจะว่าผมเป็นพุทธเฉพาะในทะเบียนบ้านก็ตามใจ อย่างน้อยผมก็มีสติปัญญาที่จะไม่ถูกชักจูงไปกับอบายมุข

วัตถุมงคลผมไม่แสวงหามากราบบูชา สร้อยที่ใส่ก็ห้อยผงอัฏฐิของปู่ ผมไม่แน่ใจว่าพระพุทธเจ้าอนุญาตให้บูชารูปหรือไม่ เมื่อก่อนมีพระรูปหนึ่งออกมาโจมตีพวกขายวัตถุบูชานี่ครับ แต่โดนกรมศาสนาสั่งให้เงียบ...

แต่ที่กราบไหว้ทุกวันนี้คือ พระพุทธ กับ พระธรรม ส่วนพระสงฆ์ผมก็ไม่ได้ไหว้ทุกรูป

ผมถามคำถามทิ้งท้ายท่านนะครับว่า เวลาเห็นพระเดินพันธ์ทิพย์ พลาซ่า หรือ เดินห้างเซนทรัล เราสมควรจะไหว้ไหมครับ หลายรูปก็เดินไม่สำรวม และปัจจุบันพุทธพาณิชย์ก็เยอะมาก ชอบเอาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์มาอ้างเพื่อจะขาย กลยุทธการขายระดับน้องๆพวกขายตรงเลย...

#12 By palermos on 2008-09-05 15:04

ตอบความเห็นที่ ๔

ก็ใช่ว่าจะมีโทษไปเสียหมด พระเลว ๆ ที่ปาราชิกไปแล้ว ก็ไม่เหลือความเป็นพระ ให้กราบไหว้ เราไม่ไหว้ หรือ คิดดูถูก ก็ไม่มีโทษอะไร เพียงแต่เราไม่มีทางทราบว่า พระรูปไหน พระแท้ พระปลอม พระชิกเคล็ท ท่านจึงแนะว่า "จงไม่ประมาท" ไง

แต่ถ้ามั่นใจว่า รูปนี้ เป็นพระชิกเข็ด แน่ ๆ เห็นนอนกับสีกาแน่ ๆ มีเมียแน่ ๆ เอาโทรศัพท์ไปถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเลยครับ จักได้เอามารศาสนาออกไป ทุกวันนี้ มีคนไม่น้อย เอาแต่ด่าพระ ด่ามหาเถรสมาคม ว่า พระชิก เห็น ๆ ทำไม ไม่ทำอะไรเลย

การปรับอาบัติปาราชิกนั้น ก็ต้องใช้หลักฐานเหมือน คดีทางโลกทั่วไปละครับ แล้วจะให้พระผู้ใหญ่ ไปสืบเสาะหาหลักฐาน บางทีก็ทำได้ยากครับ พวกเราต่างหากที่ต้องคอยสอดส่องดูแล พฤติกรรมพระ แล้วจัดการหาหลักฐานให้เสร็จสรรพ

เพราะการปรับอาบัติพระรูปอื่นด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล โดนอาบัติสังฆาทิเสส (อาบัติหนักรองจากปาราชิก) นะครับ

เวลาตัดสินกัน มีมูล ไม่มีมูล ไม่รู้หรอก รู้แต่มีหลักฐานไหม ถ้ามีหลักฐานครบครัน ก็มีมูล ไม่มีหลักฐาน ก็ไม่มีมูล จับสึกไม่ได้

คราวนี้มีปัญหาต่อไปอีกครับว่า เวลาเราเห็นภาพที่พระถ่ายรูปกับสีกาXXXจะ ๆ อย่าเพิ่งตัดสินนะครับ พระบางรูปถูกแกล้งก็มี ต้องให้ความเป็นธรรมกับพระด้วย ต้องทำหูให้หนัก ๆ เข้าไว้

มีคนคิดร้ายกับพระศาสนาไม่น้อย บางทีที่เคยได้ยินมา พอเขาทราบว่า พระรูปไหนดัง ๆ คนศรัทธามาก เขาจะจัดการส่งสีกาสวย ๆ เข้าไปเลยครับ ถ้าพระเล่นด้วยก็เสร็จ ถ้าพระไม่เล่นด้วย บางทีก็ใช้วิธีขืนใจพระก็มี คือ ใช้วิธีให้สีกาโจมตีพระ ทำเสื้อผ้าหลุดลุ่ย แล้วให้อีกทีมซึ่งมีอุปกรณ์ถ่ายภาพครบครับ บุกเข้ามา ถ่ายภาพไป แล้วก็เอาไปแบล็กเมล์บ้าง ออกข่าวครึกโครมบ้าง พระไม่มีทางสู้หรอกครับ

นั่นส่วนน้อยครับ(แต่ไม่ควรประมาท)

ส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างเขาว่าครับ

ตอบความเห็นที่ ๗

สมควรแล้วหนอ ๆ

ตอบความเห็นที่ ๙

โอ้ย...โดนใจจริง ๆ
นาน ๆ จะเจอคนที่ทำกำลังใจถูกต้องมาแต่ต้น ได้อย่างนี้

เรื่องนี้มหาโอ๊ตเขียนไว้ในhttp://dhamweb.exteen.com/20080827/entry-8
ลองอ่านรายละเอียดดู

โดยย่อคือ การให้ทาน คือ การสละออก ถ้ามัวไปนั่งสนใจว่า เขาเอาเงินเราไปทำอะไร นั่นก็แสดงว่า ยังไม่สละจริง ยังคิดว่า นั่นเป็นเงิน"ของเรา"อยู่

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#11 By Dhammasarokikku on 2008-09-05 14:36

ถ้าการไหว้เป็นการแสดงออกของความเคารพในจิตใจ ผ่านทางกริยาท่าทาง

คนที่สงสัยว่าควรจะไหว้พระสงฆ์นั้น ก็แสดงออกถึงใจว่ากำลังสงสัยว่าจะเคารพพระสงฆ์หรือไม่

#10 By manop on 2008-09-05 14:02

การที่คนเรากราบไหว้พระสงฆ์ก็เพราะว่า สงฆ์ถือศีลมากกว่าเราไม่ใช่เหรอคะ

โดยส่วนตัวคิดว่า เราคงไม่มีทางทราบได้ว่าสงฆ์ท่านไหนดีจริงหรือไม่ดีจริง แต่ทุกครั้งเวลาพนมมือไหว้ ก็เกิดความสงบขึ้นในใจ เหมือนกับไหว้พระพุทธรูป หลายๆทีก็เคยถามพ่อแม่เหมือนกันว่าเราจะรู้ได้ไงว่าคนไหนคือพระจริง พระปลอม เพราะแถวบ้านมีพระปลอมด้วยล่ะค่ะ

สุดท้ายก็ได้คำตอบแค่ว่า เราไหว้ก็คือเราศรัทธาในศาสนา เขาจะเป็นพระจริงหรือพระปลอมอย่าพึ่งไปคิด เหมือนเวลาทำบุญให้ที่โน่นที่นี่ บางทีเงินที่เค้าเอาไปอาจจะไม่ได้เอาไปทำบุญจริงๆก็ได้ คิดแบบนี้ถูกมั้ยอะคะ?

#9 By momoocha on 2008-09-05 13:22

สาธุค่ะ

อะ ท่านมหาโอ๊ตก็อยู่เอ็กซ์ทีนด้วยแล้วเหรอคะ จะแวะไปอ่านค่ะ big smile

#8 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-09-05 12:52

อืม ถ้าพระสงฆ์ที่ประพฤติตนนอกกิจสงฆ์ ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมลง ผมก็ไม่อยากไหว้ครับ - -

#7 By on 2008-09-05 12:15

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่ http://dhamweb.exteen.com/20080829/entry

แฺฮะ ๆ ได้โอกาสโฆษณา
เจริญธรรมครับ

#6 By mahaoath on 2008-09-05 12:01

สาธุ
เคยมีคนมาพูดแบบนี้ให้ฟังเหมือนกันครับ
แต่ไม่รู้จริงๆว่าจะตอบเขาให้ชัดเจนขนาดนี้ได้ยังไง
กราบอนุโมทนาครับ

#5 By -=[MAD]=- on 2008-09-05 11:40

หุหุหุ สืบเนื่องมากจากกระทู้หมอแมว (ไปอ่านมา แล้วก็เห็นคอมเมนท์นั่นเหมือนกันครับ)

เพิ่งมีโอกาสได้คอมเมนท์ หลังจากรู้จักบล็อคนี้มาระยะหนึ่ง

ตัวผมเอง ก็มีความสนใจในพุทธศาสนา พอสมควร แต่ออกแนว มือถือสาก ไปหน่อย question ราวๆ ว่า สนในหาอ่าน ศึกษา แต่ไม่ค่อยปฏิบัติ (อ้าว) เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยสนใจ จะคุยด้วย ก็ไม่รู้จะคุยกับใคร

เรื่องพระสงฆ์นี่ หลังๆ ผมก็มีคิดไม่ได้กับพระบ้าง เวลาเห็นพระเดินตามสะพานเหล็ก พันทิพธ์ แต่ก็ได้มารู้ทีหลังว่า การคิดไม่ดี วิจารณ์ไม่ดีกับพระ ไม่ว่าอย่างไร ก็เป็นการไม่ดี (แต่บางทีก็มีหลุดๆ ไปบ้าง)

#4 By Witna on 2008-09-05 11:33

บทความนี้ดีครับ กระผมเองมิได้เป็นพระ แต่ก็เคยบวชพระแต่อ่อนพรรษามาก ๆ แต่อยากจะขอแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อยครับ

จากที่อ่านมา ขอสมมติว่าท่านเป็นพระก่อนนะครับ เพราะท่านยังไม่ได้บอกว่าสึก ก็ขอใช้สรรพนามว่าพระคุณท่านนะครับ

ผมเห็นด้วยกับพระคุณท่านนะครับ เพราะการเหมารวมนั้นไม่ดีเลย ไม่ว่าจะไปใช้กับคณะใดก็ตาม เพราะในคณะบุคคลใดย่ิอมมีทั้งคนดีและคนไม่ีดี และในคนไม่ดีนั้น ก็ไม่ดีเป็นบางเรื่อง ไม่ได้ชั่วไปซะทุกเรื่อง ส่วนคนดีนั้นก็ใช่ว่าจะดีหมดจด ก็ต้องมีที่ไม่ดีบ้าง ขึ้นอยู่กับว่า จะดีกับใคร ดีที่ไหน ดีเมื่อไหร่ ดังนั้นจะไปเหมารวม แล้วไม่ให้ความเคารพคงไม่ดีนัก

แต่ประการสำคัญที่สุดคือ หากไม่ไหว้แล้ว อาจจะลามปามไปถึงการไม่ใส่บาตร ทำนุบำรุงศาสนาด้วย อันนี้แย่หนักนะครับ เพราะหากพระสงฆ์ไม่ได้รับการทำนุบำรุง ได้กำลังสนับสนุนจากญาติโยมแล้ว พระท่านคงปฏิบัติธรรมไม่ได้เป็นแน่แท้

ยังดีที่ว่าคนคิดแบบนี้ยังมีน้อย ถึงแม้จะเห็นพระชั่วมีมากมาย แต่ก็ยังทำนุบำรุงศาสนาอยู่ ก็ยังดีครับ

#3 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-05 11:05

ตอบความเห็นที่ ๑

โห...พลังเงียบ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-09-05 11:00

อย่างนี้นี่เอง น่าสนใจมากค่ะ

ติดตามอ่านมานานแล้ว แต่เพิ่งมาโพสคอมเมนท์เป็นครั้งแรก ^^ Hot!

#1 By Minpanda on 2008-09-05 10:49

Dhammasarokikku View my profile