ในศาสนาพุทธนี่ดีนะ มีที่ให้เกิดบุญ ตั้ง ๑๐ ที่ หรือพูดอีกอย่าง มียิมนาสติกลีลาประกอบเพลงทำบุญได้ ๑๐ ลีลา (น่าจะมากที่สุดในจักรวาลแล้วมั๊ง) ความจริงของศาสนาอื่น เขาก็มี ๑๐ ที่ ๑๐ อย่าง ๑๐ ลีลา เหมือนกันแหละ เพียงแต่เขาไม่ได้นำมาอธิบาย เป็นฉาก ๆ อย่างนี้ เพราะบุญนั้น เป็นหลักการสากล ใช่ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ฉะนั้นนั่งรถเมล์อยู่ หรือเดินอยู่บนท้องถนน ก็ทำบุญได้ แค่ใจนึก

ยิมนาสติกบุญลีลา ท่าที่หนึ่ง ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ทาน โอ้ย...ไม่ต้องอธิบายกระมัง เด็กประถมยังรู้จักใส่บาตรเลย ก็ที่เราทำทานกันนั่นแหละ

ยิมนาสติกบุญลีลา ท่าที่สอง สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล โอ้ย...หมูตู้อีกแล้ว ศีล ๕ ก็ชิว ๆ ถ้าศีล ๘ ก็ลองไปอ่านดูใน รักษาอุโบสถศีล พุทโธ่...แค่นี้เอง จิ๊บ ๆ หรือ เครียดเลยตู - อุโบสถศีลคืออะไร? ถ้าศีล ๒๒๗ ก็แวะไปอ่าน ทำไม ศีลต้องบริสุทธิ์ เขียนวนไปวนมาหลายรอบแล้ว ขอข้ามไปลีลาต่อไปเลย

ยิมนาสติกบุญลีลา ท่าที่สาม ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการภาวนา คือการอบรมจิตให้ละกิเลส ตั้งแต่ขั้นหยาบ ไปจนถึงขั้นละเอียด ผ่านทางสมถะ วิปัสสนากรรมฐาน จนมีปัญญา เห็นอริยสัจ ๔ ประการ มี ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นต้น ขั้นต้นลองศึกษาดูจาก มาเป็นพระโสดาบันกันดีกว่า และ นิทราสมาบัติ - แล้วคุณจะเลิกอ้างว่า "ไม่มีเวลา"

ยิมนาสติกบุญลีลา ท่าที่สี่ อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อผู้ใหญ่ และผู้มีพระคุณ อะ...ง่ายอีกแล้วข้อนี้ ให้ความเคารพปะป๊า หม่าม๊า อากง เหล่าม่า อาแปะ ทั้งหลาย เจอพระ เจอครูบาอาจารย์ ยกมือไหว้ ก็ได้บุญมาตุนเหนาะ ๆ พวกด่าพ่อล่อแม่ และ ย.ม.น.ล.ล. อดนะจ๊ะ ลีลานี้ (ย.ม.น.ล.ล. ย่อมาจาก ยอดมนุษย์ล้อเลียน ประเภทชอบตั้งฉายาให้ครูอาจารย์ เช่น ป้าฮารุ ดร.มาชิ กัสจัง เป็นต้น ลับหลัง ก็ทำท่าล้อเลียน ไม่มีความเคารพ อย่างนี้แห้วบุญนี้ไปเลย) บุญลีลานี้ ถ้าทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือ อ่อนน้อมต่อทุก ๆ คน ทั้งกาย วาจา และ ใจ ไม่ว่า เขาจะอยู่สูงกว่า ต่ำกว่า หรือ เสมอกัน มีสิทธิ์ไปกระทบไหล่ พระอรหันต์บนนิพพานได้ง่าย ๆ เพราะเป็นการละมานะ-ความถือตัวถือตน

ยิมนาสติกบุญลีลา ท่าที่ห้า เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการขวนขวาย เหมาะสำหรับ นักทำบุญ แต่ทุนน้อย อยา