เมื่อวานนี้ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยี่ยน เว็บครูสมศรีเซ็นเตอร์ (สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเป็นครูประจำชั้นของอาตมาสมัยเรียนมัธยม) ซึ่งเดี๋ยวนี้โด่งดังอินเตอร์มาก ได้อ่านกระทู้ และคลิปที่เกี่ยวกับการสอบเอ็นทรานซ์ จึงเกิดความคันไม้คันมือ อยากเอาประสบการณ์ของตนเอง ในการสอบเอ็นทรานซ์ มาตีแผ่เป็นวิทยาทานบ้าง ขออภัยเถิด อย่านึกรังเกียจว่า อาตมาเอาแต่เขียนเรื่องของตนเองเลย เพราะไม่มีวัตถุดิบใด จะง่าย และสะดวกเท่า เรื่องของตนเองอีกแล้ว เคยอ่านหนังสือเรื่อง ชี้ค ของ ประภัสสร เสวิกุล แล้วก็รู้สึกว่า การที่คนเราจะเขียนหนังสือดี ๆ สักเล่ม จำต้องออกไปค้นหาวัตถุดิบ มากมายเหลือเกิน เนื้อหาชีวิตของอาตมา เป็นวัตถุดิบที่ไม่ต้องออกไปค้นหาที่ไหนเลย อยากเขียนที่ไหน เขียนเมื่อไหร่ มันก็พร่างพรูออกมาได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่า อยากจะเขียนเรื่องอะไรเท่านั้นเอง

อีกอย่าง ต้นทุนที่บิดามารดาของอาตมา อุดหนุนจุนเจือ กว่าจะร่ำเรียน สั่งสมประสบการณ์ร้อยพันหมื่นแสนล้านอย่าง จนเติบใหญ่ นั้นมิใช่น้อย แต่ก็ต้องกองไว้ที่หน้าโบสถ์ พร้อมทรัพย์สินศฤงคารทั้งหลาย เมื่อตอนเข้าไปขออุปสมบทกับพระอุปัชฌาย์ เมื่อถือเพศพรหมจรรย์แล้ว สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นของไร้ค่า พึงต้องทำลายทิ้งเสียด้วยซ้ำ ถ้าหวังพระนิพพาน ตัวตนที่รู้สึกว่า แหม...เก่งนะเรา เป็นบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดัง เก่งนะเรา ทำโน่นทำนี่สำเร็จ คงจะเก่งกว่าใครอีกหลายคน หรือที่รู้สึกว่า แหม...แม้เราจะเก่งกาจสามารถ แต่ยังไม่รวยเท่าคนนั้นคนนี้ ไม่ประสบความสำเร็จอย่างคนนั้นคนนี้ หรือแม้กระทั่ง เราเสมอเขา ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกดีกว่า ด้อยกว่า หรือเสมอคนอื่น ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องละทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้แล ที่พาให้เรามาเกิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่รู้จบ บางเวลา ที่อาตมา ท้อถอยในผ้าเหลือง มองซ้ายมองขวา มีใครทำอย่างเราไหม เคยมีวิศวกรสายวิทย์จ๋า บรรลุธรรมบ้างไหม แล้วเรามาเพียรทางธรรมนี่ มันจะสำเร็จรึ ไปลาสิกขาเอาตอนแก่นี่แย่เลยนะ ก็เอาความยากลำบากของชีวิตนี่ละ เป็นกำลังใจ เดินบิณฑบาตไปอย่างเหนื่อยล้า น้ำหนักย่ามกดไหล่จนปวด เหงื่อโทรมกาย จีวรเป็นคราบเกลือสม่ำเสมอ ก็คิดเอาว่า ถ้าเราทำไม่สำเร็จในชาตินี้ ชาติต่อ ๆ ไป ก็ต้องกลับมาเดินอย่างนี้อีก ต้องมาเริ่มเรียน ป.๑ ใหม่ ต้องมาเรียนมัธยมใหม่ ต้องม